Page 237 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 237
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานไว้ในพิธี
พระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร ณ ท้องพระโรงวังท่าพระ มหาวิทยาลัย
ศิลปากร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๐ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๒๒ เกี่ยวกับการศึกษางาน
ด้านศิลปวัฒนธรรมควบคู่กับหลักการทางวิทยาศาสตร์นั้น แสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่าน เล็งเห็นความส�าคัญของหลัก
วิชาการด้านวิทยาศาสตร์และงานด้านโบราณคดีที่ควรต้องท�างานสัมพันธ์กัน เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ข้อมูล และ
เกิดความน่าเชื่อถือในข้อมูลต่าง ๆ ที่ชัดเจน
จากพระบรมราโชวาทดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจต่อการประยุกต์ศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อน�ามาใช้
กับการศึกษาวิเคราะห์เรื่องราวทางโบราณคดี ดังเช่น การศึกษาลูกปัดแก้วที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย
โดยในช่วงแรกนั้น การน�าเทคโนโลยีทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อศึกษาวิเคราะห์ไม่แพร่หลายนัก อาจ
เนื่องมาจากความหลากหลายและศักยภาพของเครื่องมือยังมีไม่มาก นักโบราณคดียังไม่เข้าใจขั้นตอนการวิเคราะห์
ค่าวิเคราะห์มีราคาแพง และบางครั้งในการวิเคราะห์โบราณวัตถุด้วยเครื่องมือบางประเภทต้องท�าลายคุณลักษณะ
ของวัตถุ อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างการวิเคราะห์ลูกปัดแก้วด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ยุคแรก ๆ ที่น่าสนใจ เช่น
งานศึกษาของศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี (กรมศิลปากร, ๒๕๐๙: ๕๗) ที่ศึกษาลูกปัดแก้วจากแหล่งโบราณคดีอู่ทอง
จังหวัดสุพรรณบุรี โดยศึกษาวัสดุ รูปแบบ และสีของลูกปัดแก้วซึ่งกรมศิลปากรรับซื้อจาก พลอากาศตรีมนตรี
หาญวิชัย จากนั้นจึงให้กรมวิทยาศาสตร์บริการวิเคราะห์ส่วนผสมของลูกปัดแก้วสีเขียวขุ่นผลการศึกษาสามารถ
อธิบายแร่องค์ประกอบของลูกปัดแก้วได้ ซึ่งผลการวิเคราะห์นี้ ช่วยให้นักโบราณคดีเริ่มเข้าใจกระบวนการการผลิต
ลูกปัดแก้วได้ในระดับหนึ่ง
อีกตัวอย่างหนึ่ง คืองานของ โสมสุดา รัตนิน (โสมสุดา รัตนิน, ๒๕๑๗: ๑๓ - ๔๔) ที่ศึกษาไว้ในสารนิพนธ์
ระดับปริญญาตรี เรื่อง “ลูกปัดที่ดงศรีมหาโพธิ” ศึกษาลูกปัดหิน และลูกปัดแก้วที่พบจากดงศรีมหาโพธิ์ ทั้งด้าน
องค์ประกอบทางกายภาพ และทางเคมีด้วยการตรวจคุณสมบัติทาง Spectrum โดย Spectrograph โดยน�าตัวอย่าง
ลูกปัดแก้วจากเมืองอู่ทอง ๗ ตัวอย่าง และลูกปัดแก้วจากดงศรีมหาโพธิ์ ๖ ตัวอย่าง มาตรวจวิเคราะห์พร้อมกัน
ผลการศึกษาพบว่าแร่องค์ประกอบที่พบในลูกปัดแก้วนั้น สามารถใช้จ�าแนกลูกปัดของทั้งสองแหล่งโบราณคดีได้
และสันนิษฐานถึงแหล่งที่มาได้ มีการสรุปผลการศึกษาไว้ว่า ลูกปัดเหล่านี้อาจผลิตขึ้นในที่เดียวกัน เช่น อียิปต์
ตะวันออกกลาง อินเดีย เป็นต้น ก่อนจะส่งไปขายยังดินแดนต่าง ๆ หรือแต่ละท้องที่อาจซื้อหาวัตถุดิบมาจากที่อื่น
แล้วมาผลิตลูกปัดขึ้นเองในชุมชนโบราณนั้น
ทั้งนี้การตรวจคุณสมบัติทาง Spectrum โดย Spectrograph นั้น มีข้อเสียคือ ต้องบดโบราณวัตถุให้เป็นผงละเอียด
ส่งผลให้การวิเคราะห์ลูกปัดแก้วด้วยวิธีนี้ไม่เป็นที่แพร่หลาย
ดังนั้น การศึกษาส่วนใหญ่จึงศึกษาเพียงแค่คุณลักษณะทางกายภาพ เพื่อให้ทราบถึงรูปทรง สี ขนาด และน�้า
หนักของลูกปัดแก้ว จากนั้นนักโบราณคดีจึงน�าผลทางกายภาพนี้ไปเทียบเคียงกับลูกปัดแก้วซึ่งพบในแหล่งโบราณคดี
ร่วมสมัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหาข้อสรุปของแหล่งที่มา หน้าที่การใช้งาน และเทคนิคในการผลิตลูกปัดแก้ว
องค์ประกอบ
ด้านการตกแต่ง
หรือผิวนอก
บทบาททาง
องค์ประกอบ ลูกปัดแก้ว สังคม/
ด้านรูปทรง
วัฒนธรรม
องค์ประกอบ
ด้านเทคโนโลยี
ภาพที่ ๑ กระบวนการศึกษาลูกปัดแก้ว
๒๓๙
239

