Page 137 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 137
อุตสำหกรรมปรำกฏขึ้น พร้อมกันนี้ก็ปรำกฏว่ำกำรติดต่อแลกเปลี่ยนค้ำขำย
ระหว่ำงประชำกรต่ำงภูมิภำคและต่ำงวัฒนธรรมเป็นไปอย่ำงเข้มข้นมำกขึ้น
ถัดมำในช่วงเวลำประมำณ ๒,๕๐๐ – ๒,๗๐๐ ปีมำแล้วจึงเริ่มมีกำร
ใช้เหล็กท ำเครื่องมือใช้สอยและอำวุธอย่ำงมำก ในขณะที่ส ำริดยังคงเป็นโลหะ
ที่ใช้ท ำเครื่องประดับ แหล่งผลิตเหล็กเกิดขึ้นอย่ำงมำกมำยทั้งในภำคกลำงและ
ภำคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ขณะเดียวกันก็ปรำกฏหลักฐำนชัดเจนว่ำ
กำรติดต่อแลกเปลี่ยนค้ำขำยระหว่ำงประชำกรต่ำงภูมิภำคและต่ำงวัฒนธรรมที่
อยู่ห่ำงไกลกันมีควำมเข้มข้นและสม ่ำเสมอมำกขึ้นทั่วทั้งเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้
การติดต่อแลกเปลี่ยนค้าขายกันนี้ อาจเป็นกระบวนการทาง
วัฒนธรรมประการหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม
อย่างมากในภูมิภาคนี้ในเวลาต่อมา ดังปรากฏศูนย์กลางทางวัฒนธรรม
ใหญ่ๆ หลายแหล่งที่มีลักษณะสังคมซับซ้อน ณ ท าเลต่างๆ ของเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงดินแดนที่เป็นของประเทศไทยในปัจจุบัน
ด้วย ในเวลาใกล้เคียงกันหรือเหลื่อมล ้ากันไม่มากนัก เมื่อช่วงเวลา
ระหว่างศตวรรษแรกๆ ของพุทธกาล
กล่ำวโดยสรุปได้ว่ำ สังคมซับซ้อนที่อาจจัดได้ว่าเป็นแว่นแคว้น
ขนาดใหญ่รุ่นแรกๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อ
ราว ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว ในเวลาถัดมา ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงศตวรรษแรกๆ
ของพุทธกาล สังคมแว่นแคว้นเหล่านี้ก็ได้คลี่คลายต่อไปจนเกิด
ศูนย์กลางของวัฒนธรรมส าคัญต่างๆ ในสมัยประวัติศาสตร์เริ่มแรก
ของพื้นที่ในเขตย่อยส่วนต่างๆ ของภูมิภาคนี้ ได้แก่
๑. วัฒนธรรมเทียน ในลุ่มแม่น ้ำโขงตอนบน ในมณฑลยูนนำนของ
ประเทศจีน
๒. วัฒนธรรมปยูและพุกาม ในลุ่มแม่น ้ำอิระวดี ทำงตอนเหนือ
ของประเทศเมียนมำร์
[๑๒๖]

