Page 106 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 106
โบราณคดีอินเดีย | 98
อน าวรีย หิน (Megalithic monuments) หรือ ที่ ังศพมีลักษณะเด่นคือ การใช้ก้อน
หินขนาดใหญ่ล้อมเป็นวง (มีหลายรูปแบบ) อนุสาวรีย์นี้ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการ ังศพในไห (urn burial)
บางแห่ง เช่นที่เบอร์ซาโฮม (Burzahom) ในแคชเมียร์ (แหล่งวัฒนธรรมหินใหม่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ของอินเดีย) ได้พบหลุม ังศพใต้กลุ่มหินนี้ด้วย หลุมศพดังกล่าวบางแห่งมีการ ังหม้อ 5 ใบร่วมกับโครง
35
กระดูก
ของที่พบร่วมในหลุมศพได้แก่ ภาชนะดินเผา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาชนะดินเผาประเภทสี
ดําและแดง (black-and-red-pottery) ขึ้นรูปด้วยแป นหมุน เครื่องมือเครื่องใช้ทําด้วยทองแดง ส่วนใน
อินเดียใต้พบร่วมกับเครื่องมือเหล็กด้วย
อาย - กําหนดอายุได้ราว 1,000 B.C. – 100 A.D. (ประมาณ 600 ป ก่อนพุทธกาล – ราว
พ.ศ. 643)
แหล่งอนุสาวรีย์หินในอินเดีย ไ ่ได้อย ่ร่ว ัยกันทั้งห ด แถบเทือกเขาวินธัยจัดอยู่
ในช่วงยุคทองแดง-ก่อนยุคเหล็ก ส่วนแถบคาบสมุทรมักสัมพันธ์กับยุคเหล็ก แหล่งวัฒนธรรมหินตั้งบาง
แหล่งมีอายุราว 1,300 ป ก่อนคริสตกาล ขณะที่แหล่งอื่นอาจมีอายุล่าลงมาถึงช่วงต้นคริสตกาล การ
กําหนดอายุโดยวิธีคาร์บอน 14 ของแหล่งหินตั้งที่อัทจนานัลลูร์ (Adchananallur) มีอายุลงมาจนถึง
คริสต์ศตวรรษที่ 12 (พุทธศตวรรษที่ 17)
ดังนั้นควรระลึกเสมอว่า วั น รร หินตั้งไ ่ า าร เ นตัว ทนของวั น รร ใด
36
วั น รร หนึ ง หร อ ก ่ ชนใดก ่ ชนหนึ งได้
ระเ ทของอน าวรีย หิน (Megaliths) (ภาพที่ 3.22)
รูปแบบพื้นฐานของหินตั้งหรืออนุสาวรีย์หิน มี 3 รูปแบบ คือ
1) หลุมศพแบบเป็นห้อง (Chambered tomb)
มักประกอบด้วยห้องที่มีขนาดและรูปแบบที่แตกต่างกัน สร้างขึ้นด้วยการวางแผ่น
หินแนวตั้ง 2 หรือ 4 แผ่น ด้านบนป ดด้วยแผ่นหินแนวนอน ถ้าส่วนของห้องอยู่ใต้ดินจะเรียกว่า cist
37
(ภาพที่ 3.23) ถ้ามีบางส่วนอยู่ใต้ดิน เรียก dolmenoid cist ถ้าอยู่บนดินทั้งหมด เรียกว่า dolmen
ห้อง ังศพนี้อาจมีการเจาะรูที่เรียกว่า port hole บนแผ่นหินที่ปักตั้งอยู่ และอาจมี
ทางเดินนําไปสู่ด้านใน ห้องนี้บางครั้งแบ่งเป็นส่วน ๆ ด้วยแผ่นหินที่ปักไว้ เรียกว่า transepts (ภาพที่
3.24, 3.25)
35 Agrawal : p.98.
36 Singh : p.244
37
Singh : p.242.

