Page 174 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 174
โบราณคดีอินเดีย | 166
3) หาทางการเ อง ะเ ร กิจ
จากความอ่อนแอทางการเมืองการปกครองของอารยธรรมสินธุ ที่ไม่สามารถรวมกัน
ได้หรือมีศูนย์กลางร่วมกัน อาจเป็นปัจจัยที่ทําให้เกิดการล่มสลายของอาณาจักรตามมา
จากอารย รร ่ ่น้ํา ิน - รั วดี ่อารย รร ่ ่น้ําคงคา
นักวิชาการแต่เดิมเชื่อว่า อารยันเป็นผู้ที่เข้ามารุกรานผู้คนในอารยธรรมฮารัปปัน ซึ่ง
อารยธรรมนี้ถูกจัดให้อยู่ในช่วง “ก่อนอารยัน” ส่วน “ยุคอารยัน” ก็คืออารยธรรมที่เกิดจากพวก
อารยันที่เข้ามาภายหลัง และเจริญรุ่งเรืองอยู่แถบลุ่มแม่น้ําสรัสวดีและลุ่มแม่น้ําคงคา-ยมุนา
หมายความว่า นักวิชาการกลุ่มนี้เชื่อว่าอารยธรรมทั้งสองเกิดจากกลุ่มคนที่แตกต่างกัน มีวัฒนธรรม
ความเป็นอยู่ เช่น ภาษา การนับถือศาสนา และ เทคโนโลยี ที่แตกต่างกัน และคิดว่ามีช่องว่าง
ระหว่างสองวัฒนธรรมอยู่ช่วงเวลาหนึ่งซึ่งนักวิชาการเรียกว่า “ยุคมืดแห่งพระเวท”(Vedic Dark
33
Age)
ในรอบสิบป ที่ผ่านมา ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอารยธรรมฮารัปปัน หรือ อารย
ธรรมสินธุ- สรัสวดี (ที่แต่เดิมเรียกว่าอารยธรรมลุ่มแม่น้ําสินธุ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุการสิ้นสุด
ของอารยธรรม ซึ่งการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า อารยธรรมนี้ไม่ได้ล่มสลายลง
อย่างที่นักวิชาการแต่เดิมคิด แต่น่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนหรือการย้ายถิ่นจากแถบลุ่มแม่น้ําสินธุ-
สรัสวดี ไปสู่ลุ่มแม่น้ําคงคา (ยมุนา) จากการศึกษาของนักวิชาการทําให้ได้ข้อมูลว่า แม่น้ํายมุนาเป็น
สาเหตุหนึ่งที่ทําให้แม่น้ําสรัสวดีเหือดแห้งไป ผู้คนจึงเคลื่อนย้ายจากแถบลุ่มแม่น้ําเดิมไปสู่ลุ่มแม่น้ํา
คงคา-ยมุนา (เกิดเป็นอารยธรรมอินเดีย) หมายความว่า อารยธรรมฮารัปปันที่เดิมเจริญขึ้นแถบลุ่ม
แม่น้ําสินธุ –สรัสวดี ได้เคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่ลุ่มแม่น้ําคงคา-ยมุนา โดยนักวิชาการได้อ้าง
หลักฐานที่แสดงถึงการปรับเปลี่ยนดังกล่าว จากความคล้ายคลึงของสองอารยธรรม ยกตัวอย่างเช่น
- แนวคิดในการสร้างป อมปราการ (ซึ่งเป็นเพียงแบบแผนในการสร้างไม่ใช่เพื่อการ
ป องกันบ้านเมืองอย่างแท้จริง) , ระบบการวางผังเมือง, ถนน, ระบบการระบายน้ํา
- ผังอาคารบ้านเรือน, ศาสนสถาน, โถงที่ประกอบด้วยเสา
- เทคนิคการก่อสร้างบ้านเรือนที่มีลักษณะเฉพาะคล้ายคลึงกัน รวมถึงเทคนิคการ
สร้างบ่อน้ํา
33
Danino : p.192.

