Page 181 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 181
โบราณคดีอินเดีย | 173
ระเวท
เป็นบทสวด (hymns) ของพวกอารยัน ระยะเวลาที่เป็นช่วงต่อระหว่างก่อนประวัติศาสตร์และ
ประวัติศาสตร์คือ ระยะเวลาของพระเวท พราหมณะ และอุปนิษัท อาจกล่าวได้ว่า ระวัติ า ตร ของอินเดีย
เริ ต้นจาก วกอารยัน ฤคเวท (ซึ่งมีอายุเก่าที่สุดในคัมภีร์พระเวท) และคัมภีร์อื่น ๆ ที่ต่อมาจัดเป็น
วรรณกรรมทางศาสนาแบบมุขปาฐะที่อธิบายถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวฮินดู
ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดที่ระบุถึงอายุของคัมภีร์ฤคเวท นักวิชาการบางคนเชื่อว่ามีอายุเก่าแก่
ย้อนหลังไปถึง 6,000 ป ก่อนคริสตกาล ภาษาที่ใช้ในฤคเวทแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของภาษาถิ่น เพราะบางคํา
ไม่ได้มีรากศัพท์มาจากภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเป ยน มีการสันนิษฐานว่าส่วนใหญ่ของฤคเวทคงแต่งขึ้น
2
หลังจากการสิ้นสุดของ อารยธรรมสินธุระหว่าง 1,500 - 1,000 ป ก่อนคริสตกาล “มนตร์” หรือที่ต่อมา
เรียกว่า ฤคเวท รวมถึง สังหิตา ได้รับการบอกเล่าและท่องจําต่อ ๆ กันมาในตระกูลและถูกใช้ในพิธีกรรม
ขณะที่บทสวดเหล่านี้ได้รับการบันทึก ศูนย์กลางของวัฒนธรรมอารยันอยู่ระหว่างแม่น้ํายมุนา
และสัตลัช (Satlaj) และตลอดสอง ั งแม่น้ําสรัสวดีตอนบน (ปัจจุบันแม่น้ําสรัสวดีเหือดแห้งกลายเป็นทะเลทราย
ในเขตราชสถานไปแล้ว) ในฤคเวทมีการกล่าวถึงหิมาลัยแต่ไม่มีการกล่าวถึงดินแดนที่อยู่ตอนใต้ของแม่น้ํายมุนา
ไม่มีการกล่าวถึงเทือกเขาวินธัย ทางตะวันออกไม่กล่าวถึงดินแดนที่ไกลออกไปจากแม่น้ํายมุนา ส่วนแม่น้ําคงคา
นั้น มีการกล่าวถึงในฤคเวทช่วงหลัง
โครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจของพวกอารยันในช่วงต้นเป็นแบบเรียบง่าย เลี้ยงสัตว์ในทุ่ง
(pastoral) สัตว์เศรษฐกิจได้แก่ วัว-ควาย แกะ และหมู มีการปลูกข้าวและข้าวบาร์เลย์ พวกนี้เก่งในการ
3
รบ การขี่ม้าและรถศึก มีบทสวดหลายบทที่กล่าวถึงสงครามระหว่างอารยันเผ่าหนึ่งกับเผ่าอื่น ๆ มีการ
กล่าวเน้นถึงการเป็นป ิปักษ์กับ “ทาส (Dasas) และ ทัสยุ (Dasyus)” ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นพวกที่สืบ
ทอดมาจากวัฒนธรรมฮารัปปัน รวมถึงผู้ที่เป็นเครือญาติของผู้คนในแถบปัญจาบและแถบตะวันตกเฉียง
เหนือ ศัตรูอีกกลุ่มหนึ่งของพวกอารยันคือปณิ (Panis) มีผู้เสนอว่าคนพวกนี้เป็นพวกพ่อค้าชาวเสมิติค
4
(Semitic)
เป็นที่เชื่อกันว่า พวกอารยันในสมัยพระเวทสัมพันธ์กับการล่มสลายของอารยธรรมลุ่มแม่น้ํา
สินธุ โดยมี “อินทระ” เทพแห่งสงครามสมัยพระเวท เป็นผู้บัญชาการกองทัพอารยันในการทําลายล้าง
5
เมืองต่าง ๆ ของสินธุ จนได้ฉายาว่า “ปุรันทระ – purandara – ผู้ทําลายซึ่งป อมปราการ (เมือง)” มี
การนับถือเทพเจ้า และพิธีกรรมเซ่นสังเวย มีการ ่าสัตว์จํานวนมากเพื่อบูชายัญ
2
Basham : p.32.
3 Agrawal, D.P, The Archaeology of India (Great Britain: Biddles Ltd., 1982), p.263.
4 Basham : p.33.
5
The Ramakrishna Mission Institute of Culture, The Cultural Heritage of India vol. I,, p.xlvi.

