Page 183 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 183

โบราณคดีอินเดีย | 175








                       วรรณะ
                             7
                                   อารยันได้นําระบบวรรณะเข้ามา ดังปราก ในบทสวดยุคต้น ๆ ที่ปราก คําว่า “กษัตริย์

                       (ksatra – พวกขุนนาง และ วิศ (vis) - ชนเผ่า” วรรณะทั้งสี่ ได้แก่ พราหมณะ –นักบวช, กษัตริย์- นักรบ, ไวศ
                       ยะ – ชาวนา, และ ศูทร- ข้า,ทาส


                       อาชี

                                  ชาวอารยันเลี้ยงชีพด้วยการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นวัว-ควาย หรือปศุสัตว์จึงมี
                       ความสําคัญมาก เช่นเดียวกับม้าซึ่งใช้ในกองทัพเป็นหลัก  ช่างทําสําริดมีความสามารถสูง การผลิตเครื่องมือ

                       และอาวุธทําได้ดีกว่าในอารยธรรมสินธุ ในบทสวดมีการกล่าวถึงช่างไม้และช่างทํารถม้าว่าได้รับการนับถือยิ่ง

                       ในช่วงต้นคงยังไม่มีการใช้เหล็ก แม้ว่าแร่เหล็กจะเป็นสิ่งที่พบทั่วไปแต่การถลุงเหล็กก็ต้องใช้ความสามารถ
                       มาก ต่อมาเมื่อพวกอารยันลงหลักปักฐานมั่นคงแล้วจึงเริ่มรู้จักการใช้เหล็ก ซึ่งนําไปสู่การเพาะปลูกที่มี

                       ประสิทธิภาพมากขึ้นอันนําไปสู่สังคมเมือง วรรณะพ่อค้าและเกษตรกรมีความสําคัญมากขึ้นในสังคม


                       ย ค ระเวทช่วงห ัง
                                  ช่วงระหว่างการเขียนคัมภีร์ฤคเวทกับสมัยพุทธกาล ชาวอารยันได้เคลื่อนไปทางตะวันออกสู่

                       ทางใต้ของแม่น้ําคงคา จากการดําเนินงานทางโบราณคดีที่ หัสตินาปุระ (Hastinapura),   อหิฉฉัตระ

                       (Ahichchatra) และโกสัมพี (Kausambi) พบว่าชั้นที่อยู่อาศัยชั้นล่างกําหนดอายุได้ระหว่าง 900 และ 600
                       ป ก่อนคริสตกาล (ราว 357 - 57 ป ก่อนพุทธกาล)  ซึ่งอยู่ในยุคพระเวทช่วงหลัง การอยู่อาศัยที่เมืองหัสตินา

                       ปุระช่วงสุดท้ายถูกทําลายโดยน้ําท่วม หลักฐานโบราณคดีที่หลงเหลืออยู่ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาสีเทาเขียน

                       สี (painted grey pottery) มีเครื่องมือเครื่องใช้ทองแดงเล็กน้อยและร่องรอยของบ้านเรือนที่สร้างด้วยอิฐ
                       ดิบ ที่โกสัมพีก็พบเศษภาชนะดินเผาแบบเดียวกัน เครื่องมือเหล็กและกําแพงเมืองที่สร้างอย่างดีด้วยอิฐเผา

                       ไฟ ภาชนะดินเผาประเภทดังกล่าวได้พบตั้งแต่ทางตะวันตกแถบลุ่มแม่น้ําสรัสวดี ไปจนถึงทางตะวันออกที่
                       เมืองอหิฉฉัตระใกล้แม่น้ําคงคาตอนบน หลักฐานทางเอกสารร่วมสมัยที่ให้ข้อมูลที่สําคัญคือคัมภีร์ต่าง ๆ

                       เช่น คัมภีร์พระเวทยุคหลัง คัมภีร์พราหมณะ และอุปนิษัท นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าต่าง ๆ ที่กล่าวถึง

                       เหตุการณ์ในช่วงนี้เช่นมหากาพย์และปุราณะ แต่คัมภีร์เหล่านี้ก็มีการแต่งเติมในภายหลัง จนยากที่จะ
                       ตีความได้ว่าส่วนไหนเป็นเรื่องจริงร่วมสมัย ลักษณะสังคมที่บรรยายไว้ในมหากาพย์ก็ไม่ชัดเจนอาจอยู่ในช่วง

                       ราชวงศ์โมริยะและคุปตะ การที่มีผู้พยายามกล่าวถึง “ยุคมหากาพย์”  ในประวัติศาสตร์อินเดีย ซึ่งแยกออก
                                                                           8
                       จากยุคพระเวทช่วงหลังนั้น นักวิชาการบางท่านกล่าวว่าไม่น่าเชื่อถือ








                        7
                         Basham : p.36.
                        8 Basham : p.39.
   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188