Page 302 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 302

โบราณคดีอินนเดีย | 294







                                  อย่างไรก็ตาามมีข้อโต้แย้งงว่าลักษณะกการขัดผิวแบบบโมริยะนี้ ยังงปราก ต่อเนืนื่องลงมา
                       จนถึงช่วงต้นนคริสตกาล เหหตุผลนี้จึงไม่เเพียงพอที่จะใใช้บอกอายุขอองประติมากรรมได้ ดังนั้นน รูปแบบ
                                                                   32
                       ทางศิลปะจึงมีความสําคัญญที่จะช่วยในกการกําหนดอาายุ  ตัวอย่างประติมากรรมมยักษ์ ที่น่าสนใจได้แก่
                       ยักษ์ศิลาทรายที่เมืองปา ลีลีบุตร เมืองวิททิศา และยักษษ์ที่เมืองปรรขััม (Parkhamm) (ภาพที่ 7.333-7.34)

                                  ยักษ์ที่เมืองปปรรขัม มีควาามสูง 2.59  เมตร ทําจาากหินทรายสีสีเทา พบใกล้สสระน้ําใน

                       หมู่บ้านปรรขัขัม ทางใต้ของงมถุรา เดิมเชืชื่อว่ามีความสัสัมพันธ์กับสมััยโมริยะ แต่ตต่อมานักประวัวัติศาสตร์
                       ศิลปะได้พิจารณาจากรูปแบบศิลปะแล้วว กล่าวว่าน่าจจะมีอายุราวศตวรรษที่ 2-1 ก่อนคริสตกาล

                                  แม้ว่า จารึกอัอักษรพราหมีสสมัยโมริยะที่ฐาานแสดงให้เห็นนว่าน่าจะมีอายยุราวศตวรรษทีที่ 3  ก่อน
                       คริสตกาล (ราาวพุทธศตวรรษษที่ 2-3)  จารึกกกล่าวว่า ประติมากรรมชิ้นนีนี้ทําขึ้นโดยโกติติมกะ (Gotimaaka)  และ

                       สถาปนาโดยพีพี่น้อง 8  คนซึ่งเป็นสมาชิกขของ มณีภัทร พพุคะ (Manibhaadra  puga)   จารึกแสดงให้ห้เห็นอย่าง

                       ชัดเจนว่านี่คืออประติมากรรมมของยักษะ-มณีณีภัทร (Yaksa  Manibhadra)) ซึ่งมีการกล่าววถึงในจารึกหลลายแห่งว่า
                                                                                                        33
                       เป็นเทพของพ่พ่อค้าและนักเดิดินทาง นิยมบูชชากันโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามศศูนย์กลางที่มีคความสําคัญทางการค้า
























                          า ที  7.33  ระติ ากรรร ร  ยัก          าา ที  7.34  ระะติ ากรร ร  ยััก  จาก รรขั
                                   จากวิทิ า                  ตวรรร ที  1 ก่อนคริ  ตกา  (ราว  ท  ตวรร ที  33-4)

                                                                          ะยักก ีจากทีทารคันนชะ
                                                     ที   า: (Harle, 19994, 29-30)









                        32
                         Singh : p.3663.
                        33
                         Singh : p.3665.
   297   298   299   300   301   302   303   304   305   306   307