Page 426 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 426
โบราณคดีอินเดีย | 418
สถาปัตยกรรมจาลุกยะตะวันตก อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง คือตั้งแต่ตอนปลายของ
คริสต์ศตวรรษที่ 5-ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 (พุทธศตวรรษที่ 10-11), คริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่
12) และคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) จากสถาปัตยกรรม 3 แห่ง คือพาทามิ, ไอโหเล และ
111
มหากู ะ รวมถึงที่ปั ทกัล (Pattadakal)
สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นใน (ราชวงศ์) จาลุกยะตะวันตก ตั้งแต่ปลายของคริสต์ศตวรรษที่
6 - ตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 11-13) ที่ยังคงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริม ั ง
แม่น้ํามัลประภา (Malprabha) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรรณา กะ แสดงให้เห็นพัฒนาการของวัด
ฮินดู สถาปัตยกรรมมีทั้งรูปแบบของอินเดียเหนือ (นครา) และแบบอินเดียใต้ (ดราวิฑ)
สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 (พุทธศตวรรษที่ 10-11) ส่วนใหญ่มี
หลังคาเรียบ และมีลักษณะของศิลปะคุปตะเหมือนทางตอนเหนือ แต่ต่อมาก็มีลักษณะที่พัฒนาเป็นแบบ
จาลุกยะ ตัวอย่างเช่น รูปแบบที่เก่าที่สุด ส่วนที่เป็นห้องบูชาจะอยู่ภายในอาคารโดยไม่มีจุดสังเกตใด ๆ
จากภายนอก ต่อมาจะมีการเพิ่มส่วนของหลังคาโค้งสูงเหนือห้องบูชาเพื่อให้โดดเด่นและเพื่อให้เห็นความ
แตกต่างจากอาคารอื่น ๆ จากนั้นส่วนของห้องบูชาจะยื่นออกมาจากด้านตะวันตกของเทวาลัย และมี
หลังคาโค้งสูงอยู่ด้านบน จากลักษณะนี้ทําให้ดูเหมือนว่าห้องบูชาอยู่ในส่วนที่ขยายออกมาจากตัวเทวาลัย
112
และเรียกส่วนนี้ว่า “วิมาน”
า น านที ไอโหเ (Aihole) เมืองหลวงของราชวงศ์จาลุกยะตอนต้น มีศาสนสถาน
มากกว่า 70 หลัง หลายแห่งแสดงลักษณะผสมของสถาปัตยกรรมแบบอินเดียเหนือและอินเดียใต้ ส่วน
ใหญ่มีหลังคาเรียบ (รูปแบบศิลปะคุปตะ) า ขัน (Ladh Khan) เป็นศาสนสถานที่มีอายุเก่าสุดในกลุ่ม
113
นี้ อายุราวตอนกลางของคริสต์ศตวรรษที่ 5 (พุทธศตวรรษที่ 10) สันนิษฐานว่าแรกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศ
114
แด่เทพสูรย-นารายณะ ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หลังคาเรียบ สามด้านป ดล้อมด้วยผนังในขณะที่
ด้านหน้า (ทิศตะวันออก) มีมุขโถงที่ประกอบด้วยเสา ภายในเป็นห้องโถงห้องเดียวที่ถูกแบ่งออกด้วยแถว
ของเสาที่ประดับด้วยประติมากรรม 2 แถว (รวม12 ต้น) ห้องกลางมีโคนนทิอยู่ภายใน (เพิ่มในภายหลัง)
เช่นเดียวกับศิวลึงค์ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในห้องขนาดเล็กด้านในสุด (ภาพที่ 8.181)
111
Harle : p.167.
112 Brown : p.67.
113 Brown :p. 52.
114
Harle : p.172 นอกจากนี้ Harle ยังระบุว่าแม้จะเชื่อกันว่าลาธขันคงสร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 (พุทธศตวรรษที่ 10-11)
แต่ก็ไม่มีหลักฐาน (ที่เหลืออยู่) ชัดเจนพอที่จะกล่าวเช่นนั้น Harle จึงให้อายุของศาสนสถานนี้ว่าอยู่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธ
ศตวรรษที่ 12)

