Page 422 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 422
โบราณคดีอินเดีย | 414
เทวา ัยเต ิก ณเ ียร ที เ องควา ิออร (Gwalior)
อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 (ต้นพุทธศตวรรษที่17) เป็นสถาปัตยกรรมแบบหลังคาโค้ง
ที่มีพัฒนาการสืบเนื่องลงมา มีลักษณะที่แข็งกระด้าง (ภาพที่ 8.178)
า ที 8.178
เทวา ัยเต ิก ณเ ียร
(Teli-ka-Mandi)
เ องควา ิออร (Gwalior)
ิ ะห ังค ตะ (Post-Gupta)
ที า: (Harle, 1994, 152)
ก ช่างค ชราต ะราช าน
สกุลช่างทางตะวันตกของอินเดียนี้อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงศ์จาลุกยะ หรือโส-
ลางกิ (Solanki) กษัตริย์แห่งคุชราต เจริญอยู่ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11-13 (พุทธศตวรรษที่ 16-18)
ซึ่งอาณาจักรมีความมั่งคั่งจากการค้าทางทะเลกับอาหรับและเปอร์เซีย กษัตริย์และพ่อค้าส่วนใหญ่
อุปถัมภ์ศาสนาเชนและฮินดู
สถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของสกุลช่างนี้คือ า น านใน า นาเชนที เขาอาบ (Mount
Abu) (ภาพที่ 8.179) ซึ่งมีผังพื้นฐานที่ไม่แตกต่างจากสกุลช่างขชุราโหมากนัก ศาสนสถานสร้างบนยก
พื้นสูงและประกอบด้วยห้องโถงและห้องบูชาเท่านั้น ไม่มีมุขทางเข้า ศิขรเหนือห้องบูชาเหมือนกับ
สกุลขชุราโห คือประกอบด้วยศิขรจําลองจํานวนมาก ส่วนของหลังคาอยู่ในลักษณะของโดมที่มีการก่อ
แบบ corbelled (เรียงหินให้เหลื่อมกันขึ้นไปเป็นโดม) การสลักเพดานของโดมคงได้รับอิทธิพลของ
สถาปัตยกรรมแบบอิสลาม จนทําให้มีลักษณะเหมือนโดมจริง ลักษณะที่โดดเด่นของสกุลช่างนี้คือ
การประดับตกแต่งอย่างปราณีตสวยงาม ศาสนสถานที่เขาอาบู สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีการแกะสลัก
อย่างงดงามละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน หากเปรียบเทียบกับภูพเนศวร โกนารัก และขชุ-
106
ราโหแล้ว การประดับตกแต่งอย่างมากมายที่ Mount Abu ดูขาดชีวิตชีวา (ภาพที่ 8.180)
106
Basham : p.365.

