Page 420 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 420
โบราณคดีอินเดีย | 412
ขช ราโห (Khajuraho ค. .950-1050/ . . 1493-1593)
ประมาณ 160 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ านสี (Jhasi) เทวาลัยกลุ่มนี้มีผังที่
แตกต่างจากสกุลช่างโอริสสา และมีขนาดที่ไม่ใหญ่นัก เทวาลัยที่งามที่สุดคือเทวาลัย
“กัณฑรีย- มหาเทวะ” (Kandariya-Mahadeo) ของไศวนิกาย สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1000 (พ.ศ. 1543) มีผังรูป
กากบาท แบ่งเป็น 3 ส่วนคือครรภคฤหะ มณฑป และอรรถ-มณฑป (ทางเข้า) ภายในมีลานประทักษิณ
อยู่รอบครรภคฤหะซึ่งประดิษฐานศิวลึงค์ (ภาพที่ 8.175-8.177) ลักษณะดังกล่าวต่างจากแบบสกุล
ช่างโอริสสา ซึ่งส่วนต่าง ๆ เหล่านี้มักจะอยู่แยกกันและเชื่อมต่อกันด้วยทางเดิน (vestibule) แต่
สถาปัตยกรรมแบบขชุราโหจะอยู่รวมกัน แม้ว่าจะมีหลังคาแยกกัน แต่โครงสร้างก็ไม่ได้แยกจากกัน
โถงและมุขของสถาปัตยกรรมแบบขชุราโหประดับด้วยศิขรที่มีขนาดเล็กกว่าและเป็นเส้นโค้งตลอด
ความสูง โดยมีศิขรจําลองขนาดเล็กประกบอยู่ที่ศิขรตรงกลาง หลังคาแบบขชุราโหนี้ใช้การเรียงหิน
แบบ corbelling เพื่อทําให้เป็นรูปโดมที่แบน ในขณะที่หลังคาของแบบโอริสสากลับเป็นทรงป รามิด
ที่แตกต่างกันอีกอย่างหนึ่งคือ การนํามุขเล็ก ๆ มาใช้กับโถงชุมนุม (assembly hall)
ที่ขชุราโหซึ่งเป็นศาสนสถานในลัทธิตันตระ มีการใช้ประติมากรรมในการประดับตกแต่ง
โดยรอบตัวอาคารด้วยภาพสลักที่แสดงออกทางเพศ (erotic) อันแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานของ
ศาสนาฮินดูกับลัทธิพื้นเมือง (ความอุดมสมบูรณ์=ลัทธิตันตระ) ภายในห้องโถงมีการสลักเพดานอย่าง
สวยงาม ประติมากรรมแบบขชุราโห ขาดความขึงขัง กระฉับกระเฉง เหมือนที่ปราก ในแบบโอริสสา
แต่ภาพสลักกลับประกอบด้วยรูปบุคคลที่มีชีวิตชีวา มีความเมตตา ดูอบอุ่นและน่าดึงดูดมากกว่าใน
105
สถาปัตยกรรมแบบโอริสสา
า ที 8.175
เทวา ัยกัณ ารียะ-
หาเทวะ ขช ราโห
ที า: (Stierlin, 1968,
106-107)
105
Basham : p.364.

