Page 425 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 425
โบราณคดีอินเดีย | 417
ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) เราไม่พบร่องรอยของสถาปัตยกรรมแบบ
อินเดียใต้ เนื่องจากสร้างด้วยไม้ ประมาณตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 6-8 (พุทธศตวรรษที่ 11-13)
การสร้าง ศาสนสถานได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์ราชวงศ์ปัลลวะและจาลุกยะ ศาสนสถานรุ่นแรก ๆ ใน
สมัยปัลลวะที่สําคัญคือศาสนสถานที่มามัลละปุรัมและกาญจี ส่วนของราชวงศ์จาลุกยะได้แก่ศาสน
สถานที่เมืองหลวง คือพาทามิและบริเวณใกล้เคียงที่ไอโหเล ทั้งสองแหล่งอยู่ในแคว้นไมซอร์ รูปแบบ
แสดงให้เห็นถึงการค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนเทคนิคการสร้างสถาปัตยกรรมไม้และสถาปัตยกรรมถ้ํา จุดสูงสุด
ของรูปแบบปัลลวะอยู่ที่ Shore Temple ที่มามัลละปุรัม และไกลาสนาถที่กาญจี สร้างในช่วงต้นของ
คริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) ที่ไกลาสนาถมีหลังคาทรงป รามิด เหมือนวงโค้งขนาดเล็ก 2 วงมี
109
ยอดเป็น cupola ทรงกลม (คล้ายถ้วยคว่ํา) ดูหนาหนัก ทําให้นึกถึงสถูปในพุทธศาสนา
ดิน ดนเดคข่าน
ในขณะที่ราชวงศ์ปัลลวะปกครองอินเดียใต้ในราว ค.ศ. 600-900 (พ.ศ. 1100-1400)
ดินแดนแถบเดคข่านซึ่งเป็นดินแดนกันชน (จุดเชื่อมต่อ) ระหว่างภาคเหนือและภาคใต้นั้น มีการปกครอง
โดยราชวงศ์จาลุกยะตะวันตก (ตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 6-ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8/ พุทธศตวรรษ
ที่ 11-13) ทั้งสองราชวงศ์มีความสัมพันธ์ทางการเมืองและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน กษัตริย์ที่มีอํานาจและ
มีความสําคัญของราชวงศ์จาลุกยะตะวันตก คือ พระเจ้าปุลเกศินที่ 1 (ประมาณ ค.ศ. 535-566/ พ.ศ.
1078-1109) อีกพระองค์หนึ่งคือพระเจ้าปุลเกศินที่ 2 (ค.ศ.610-642/ พ.ศ. 1153-1185) ผู้ที่มีชัยชนะ
เหนือพระเจ้าหรรษะแห่งกาโนชและสามารถยึดเมืองกาญจีปุรัมเมืองหลวงของปัลลวะได้ พระองค์ได้
ขยายขอบเขตของจาลุกยะออกไปถึงแคว้นมหาราษ ระ คอนเคน และกรรณา กะทั้งหมด และอาจ
รวมถึงคุชราตด้วย แต่ต่อมาอาณาจักรของพระองค์ส่วนใหญ่ รวมถึงเมืองหลวงพาทามิก็ถูกยึดครองโดย
110
กษัตริย์ปัลลวะ
ในส่วนของศิลปกรรมได้ปราก ว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอินเดียใต้หรือดราวิเดียนมี
อิทธิพลต่อรูปแบบของสถาปัตยกรรมในเดคข่านด้วย เช่นเดียวกับรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย
เหนือก็ปราก ในดินแดนแถบนี้เช่นกัน ดังที่เราได้พบว่าสถาปัตยกรรมบางแห่งในเดคข่านที่สร้างขึ้นใน
ราชวงศ์จาลุกยะตะวันตก มีลักษณะผสมผสานกันของรูปแบบสถาปัตยกรรมอินเดียเหนือและอินเดียใต้
ในสถาปัตยกรรมหลังเดียวกัน เช่น เทวาลัยทุรคาที่ไอโหเล
109
Basham : p.359.
110 Harle : p.166.

