Page 594 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 594
โบราณคดีอินเดีย | 586
นักวิชาการบางคนให้ความเห็นว่า การให้ชื่อภาชนะประเภทนี้ว่าภาชนะดินเผาสีดําขัดมัน
ของภาคเหนือนั้นไม่ถูกต้องนัก เพราะภาชนะประเภทนี้ไม่ได้พบเพียงภาคเหนือเท่านั้น และผิวภาชนะก็
ไม่ได้เป็นสีดําทั้งหมด (ตัวอย่างเช่น ที่โกสัมพีและราช าตในอุตตรประเทศ พบทั้งสีทอง เงิน ชมพู
24
น้ําตาลดํา เป็นต้น) รวมถึงก็ไม่จําเป็นต้องขัดมันด้วย แต่ที่มีชื่อเช่นนี้ก็เนื่องจากพบครั้งแรกที่ตักศิลา
และส่วนใหญ่มีเฉดสีดําและขัดมัน
ัก ณะ าชนะดินเ า บบ NBP – ขึ้นรูปด้วยแป นหมุนและส่วนใหญ่มีเนื้อบางละเอียด
สีเทา หรือสีนวล หรือสีโทนแดง สีผิวภาชนะมีโทนสีตั้งแต่สีเทา สีดําสนิท สีเหล็ก หรือบางครั้งสีโทนแดง
น้ําตาล สีส้มทอง เงิน และสีย้อมอื่น ๆ (แต่สีดํามีมากที่สุด) สีผิวที่มันวาวมีลักษณะแตกต่างจากการ
25
เคลือบน้ําดิน ลักษณะความมันวาวนี้มีความสัมพันธ์กับภาชนะสีดําของกรีก (ภาพที่ 11.18-11.19)
เทคนิค การทําให้เกิดความมันวาวนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ บ้างกล่าวว่าเกิดจากการขัดมันหลัง
ขึ้นรูป แล้วเคลือบด้วย (น้ํา) ดินละเอียดที่มีส่วนผสมของเหล็ก แล้วขัดอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงนําไปเผาด้วย
การค่อย ๆ ลดอุณหภูมิ จนทําให้เกิดการรวมตัวกันของส่วนผสมในน้ําดินที่เคลือบไว้แต่แรก จึงทําให้
ภาชนะมีความแข็งและมันวาว จากการวิจัยในห้องป ิบัติการของพิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum)
ได้วินิจฉัยว่า “อาจนําภาชนะที่ยังไม่ได้เผาไปเคลือบน้ําดินที่มีส่วนผสมของเหล็ก ซึ่งอาจเป็นดินสีแดง
และนําเข้าเผาจนถึงอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส แล้วป ดเตา ทําให้ภาชนะค่อย ๆ เย็นลง อย่างไรก็ตาม
26
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า แร่ที่อยู่ในดินสีแดงนั้นคืออะไร เนื่องจากยังไม่เคยพบดินสีแดงดังกล่าว
มีผู้วิเคราะห์ว่า ดินที่ใช้ในการผลิตภาชนะประเภทนี้นํามาจาก ดินแป ง (silt) แถบที่ราบลุ่ม
27
แม่น้ําคงคา
การตก ต่ง – มีการตกแต่งเช่นเดียวกับภาชนะแบบ PGW ที่โกสัมพีและศราวัสติในอุตตร
ประเทศ ภาชนะประเภทนี้มีการเขียนลายด้วยสีเหลืองและสีแดงชาด (แดงอ่อน) บนพื้นสีน้ําเงินเข้ม
(steely-blue) หรือสีทอง
ส่วนเทคนิคการขัดผิวอาจเริ่มทดลองใช้กับภาชนะก่อนที่จะนําไปใช้กับหินในระยะเวลา
ต่อมา ดังเช่นที่ปราก การขัดมันเสาของพระเจ้าอโศกในสมัยโมริยะ ซึ่งเดิมคิดว่าเป็นเทคนิคต่างชาติ แต่
N.R. Ray มีความเห็นว่าเป็นลักษณะพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจเป็นศิลปะในราชสํานัก
การเ า – เผาด้วยอุณหภูมิสูง โดยใส่ในภาชนะที่ก้นมีการเจาะรูและมี าป ด (saggar) แล้ว
วางในเตาเผา จากการศึกษาในห้องป ิบัติการนอกจากแสดงให้เห็นว่ามีการเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงและมี
การลดอุณหภูมิลงแล้ว ยังมีการเผามากกว่า 1 ครั้ง (จากชั้นของเคลือบ)
24 Singh : p.260.
25 Khanna : p.50.
26
Wheeler : p.30.
27
Sahay, Sachidanand, “Origin and Spread of the Northern Black Polished Ware” in Potteries in Ancient India
(Patna: Department of Ancient India History & Archaeology, Patna University, 1969), p.146.

