Page 614 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 614
โบราณคดีอินเดีย | 606
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่า อารยันน่าจะมาจากทะเลสาบแคสเป ยนแล้วแยกย้าย
เป็น 2 สาย สายหนึ่งเข้ามาแถบปัญจาบ อีกสายหนึ่งเข้าสู่อิหร่านหรือเปอร์เซีย จากการศึกษาคัมภีร์พระเวท
พบว่า ชาวอารยันสมัยพระเวทมีการติดต่อกับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่แถบเอเชียตะวันตกและเอเชียกลาง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งชาวอิหร่าน
ในคัมภีร์อเวสตะและวรรณกรรม Vendidad ของอิหร่านมีการกล่าวถึงสถานที่ต่าง ๆ ในอินเดีย
ที่สําคัญคือ Hapta-Hidu ซึ่งหมายถึง Sapta – Sindhu ในคัมภีร์พระเวท คือดินแดนปัญจาบ ดังนั้นคําว่า
Hindu จึงมีกําเนิดมาจากภาษาอิหร่านที่แปลว่า “ผู้ที่อาศัยอยู่แถบสินธุ”
จากการศึกษาคัมภีร์อเวสตะของอิหร่านและคัมภีร์พระเวทของอารยัน-อินเดีย พบความ
คล้ายคลึงกันหลายอย่าง ตั้งแต่ภาษาสันสกฤตของคัมภีร์พระเวทและภาษาอเวสตัน นักวิชาการบางคนกล่าว
ว่าบางทีภาษาในคัมภีร์อเวสตะอาจมาจากฤคเวท เนื่องจากฤคเวทมีความเก่ากว่า คําว่า Avesta อาจมาจากคํา
ว่า Upastha ในภาษาสันสกฤตซึ่งมีความหมายเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีคําในภาษาสันสกฤตอีกหลายคําที่มี
11
ความสัมพันธ์กับคําในอเวสตะ เช่น Mantra = Mathra, Sruti = Prasruti เป็นต้น
ัยต้น ระวัติ า ตร
ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่ 1) พระเจ้าไซรัสมหาราช (เปอร์เซีย) ได้ขยาย
อาณาเขตของจักรวรรดิอาคิมิเนียนมาจนถึงอินเดีย ตามบันทึกของเฮโรโดตัส กล่าวว่าพระองค์มีชัยเหนือ
คันธาระ
ในรัชสมัยของพระเจ้าดาริอุสที่ 1 (522-486 ป ก่อนคริสตกาล/ พ.ศ. 21-57) จักรวรรดิของ
พระองค์ขยายจากลุ่มแม่น้ําสินธุไปจนถึงเมดิเตอเรเนียน
กษัตริย์องค์สุดท้ายของจักรวรรดิอาคิมิเนียนคือพระเจ้าดาริอุสที่ 3 ยังคงมีความสัมพันธ์กับ
อินเดีย โดยมีการร่วมกันรบกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ในสงคราม Arbela ในป 333 ก่อนคริสตกาล (พุทธ
ศตวรรษที่ 2)
ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่ 2) จักรวรรดิโมริยะได้ขยายอาณาเขต
ออกไปจนจรดทิศตะวันออกของอิหร่าน และการติดต่อสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรก็เพิ่มมากขึ้น ดัง
ปราก หลักฐานในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ิ ะ า ตยกรร ะการวาง ังเ อง
อาคารบ้านเรือนและปราสาทราชวังของพระเจ้าอโศกได้รับอิทธิพลในเรื่องรูปแบบ
การก่อสร้างจากสถาปัตยกรรมแห่งนครเปอร์เซโปลิส (Persepolis) รวมถึงสิ่งก่อสร้างประเภทเสา
11 Asthana : p.122.

