Page 615 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 615
โบราณคดีอินเดีย | 607
นักวิชาการบางคนเห็นว่าการนําหินมาใช้ในงานศิลปะและสถาปัตยกรรมของอินเดีย
นั้น ได้รับมาจากอิหร่านซึ่งมีศิลปะแบบนี้มานานมากแล้ว หัวเสาที่ประดับเหนือเสาของพระเจ้าอโศก
แสดงให้เห็นความคล้ายคลึงกับของอิหร่าน และการจารึกบนเสาและบนแผ่นหิน ก็คล้ายคลึงกับที่ป ิบัติ
กันอยู่ในอิหร่านโบราณ ตัวอย่างงานประติมากรรมในสมัยโมริยะที่ดีที่สุด ได้แก่รูปวัวบนเสาที่
Ramapurva และภาพสลักนูนต่ํารูปห่านบนฐานหัวเสา ลักษณะงานศิลปะแบบราชสํานักนี้ปราก ชัดเจน
ในช่วงราชวงศ์โมริยะ ดูเหมือนว่าหลังสมัยพระเจ้าอโศกศิลปะแบบนี้จะหายไป ขณะที่ศิลปะแบบพื้นเมือง
จะดําเนินต่อไปและถึงจุดสูงสุดในสมัยศุงคะ (อย่างไรก็ตามเราได้พบว่า ลวดลายบนฐานของหัวเสารวมถึง
การขัดต้นเสาแบบที่ปราก ในสมัยพระเจ้าอโศกก็ยังพบในสมัยศุงคะ)
บันทึกของเมกัสทีเนส ทูตกรีกที่เข้ามายังราชสํานักในสมัยของจันทรคุปต์โมริยะ ได้
ระบุถึง“ราชมรรคา” ซึ่งเชื่อมต่อเมืองหลวงของราชวงศ์โมริยะที่พิหาร กับเมืองใหญ่ ๆ ทาง
ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ถนนนี้เป็นเส้นทางที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์และผู้สืบต่อจากพระองค์ใช้
สําหรับกองทัพ แต่ต่อมาก็ได้กลายเป็นเส้นทางที่ใช้ในการติดต่อแลกเปลี่ยนทางการค้าและวัฒนธรรม
เมกัสทีเนสกล่าวเปรียบเทียบการวางผังเมืองปา ลีบุตรกับเมืองซูซาร์และเอคบาตา-
นาในอิหร่าน (Susa and Ecbatana) ซ้ํากล่าวว่าเมืองปา ลีบุตรสวยงามกว่าอีก 2 เมืองที่กล่าวมา จาก
การขุดค้นที่เมืองปา ลีบุตรได้พบโถงที่ประกอบด้วยเสาอยู่ภายในพระราชวัง ซึ่งนักวิชาการบางคนเชื่อว่า
มีรูปแบบเดียวกับของอิหร่าน Spooner และ Wheeler ยืนยันว่าโถงที่ประกอบด้วยเสาที่มีผังสี่เหลี่ยม
จัตุรัสนี้สร้างเลียนแบบโถงเสา100 ต้นของราชวงศ์อาเคมินิด สร้างโดยพระเจ้าดาริอุสที่เมืองเปอร์เสโปริส
จากสัญลักษณ์ที่ปราก บนอิฐมีลักษณะคล้ายกับที่พบที่เปอร์เสโปริส รวมถึงเสาที่มีการขัดผิวก็มีลักษณะ
12
ของเปอร์เซีย (ภาพที่ 12.8)
า ที 12.7 เ า ะหัว ัตว ระดับหัวเ า า ที 12.8 เ าในท้อง ระโรงของ ระราชวังเ อร เ โ ิ
ที า: (รีดเดอร ไดเจ ท , 2547, 145, 147)
12 Asthana : pp.194-195.

