Page 175 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 175

167






                            ทรงโปรดใหCสรCางที่พักคนเดินทางตามถนนจากเมืองนครหลวงไปยังเมืองตFาง ๆ รวมทั้งสิ้น 121

                     หลัง (เชFน บทที่ 122 “บนถนนจากเมืองยโศธรปุระไปยังราชธานีจัมปา ทรงสรCางที่พักคนเดินทางพรCอม

                     ดCวยไฟ (วหนิคฤห) 57 แหFง”, บทที่ 123 จากราชธานีไปยังเมืองวิมาย มีที่พักคนเดินทางพรCอมดCวยไฟ
                     17 แหFง)



                            บทที่ 127 จำนวนรูปเคารพ (รวมทั้งรูปพระยมและพระกาล)
                            บทที่ 128-140 จารึกกลFาวถึงการอุทิศสิ่งของถวาย เชFน ขCาวเปลือก ขCาว ถั่ว เมล็ดงา

                     เนยเหลวนมเปรี้ยว นมสด น้ำผึ้ง น้ำอCอย น้ำมันงา น้ำมันสน ไมCกฤษณา ไมCจันทน^  การบูร กำยาน ขี้ผึ้ง)
                            บทที่ 173-175 กลFาววFาทรงทำกุศลเพื่อใหCพระบิดาขCามพCนสังสารวัฏ

                            สFวนที่กลFาวถึงโรงพยาบาลปรากฎใน ดCานที่ 2 โศลกที่ 3 ปรากฏศัพท^วFา “อาโรคยายตเน”

                     แปลวFา ในบริเวณของโรงพยาบาล
                            ดCานที่ 3 โศลกที่ 31 “วลภิปราสาท” หรือ อาโรคยศาลาจำนวน 102 แหFง

                            (อCางอิง ชะเอม แกCวคลCาย, 2528 ; สุภัทรดิศ ดิศกุล, 2509)
                            นิพัทธ^ แยCมเดช ซึ่งทำการศึกษาจารึกจากปราสาทตาพรหมและจารึกปราสาทพระขรรค^ ไดCใหC

                     ขCอมูลที่นFาสนใจหลายประการ เชFน จารึกตาพรหมยกยFองพุทธศาสนาเหนือศาสนาพราหมณ^ ตFางจาก

                     จารึกปราสาทพระขรรค^ที่สFงเสริมศาสนาพราหมณ^ควบคูFกับพุทธศาสนา (ดูเพิ่มเติมใน นิพัทธ^ แยCมเดช,
                     2560)



                                   1.3 จารึกปราสาทบายน
                                    ปราสาทบายน สรCางขึ้นปลายรัชกาลพระเจCาชัยวรมันที่ 7 ตรงศูนย^กลางของเมือง

                     พระนครหลวง เชื่อกันวFาพระองค^ทรงสรCางเพื่ออุทิศแดFพระองค^เองตามลัทธิพุทธราชา ปราสาทองค^
                     กลางเปQนที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญFคือพระพุทธราช แทนที่เทวราชในศาสนาพราหมณ^

                     ไศวนิกาย

                            ปราสาทบายนมี 3 ชั้น ที่ฐานชั้นบนสุด เปQนที่ตั้งของปราสาทประธานซึ่งอยูFในผังกลม มีมณฑป
                     ยื่นออกมาทางดCานหนCา ผังของปราสาทบายน (ซึ่งคงมีการตFอเติมหลายครั้ง) นั้นกลFาวกันวFาเปQนลักษณะ

                     ของ “มณฑล” (Mandala) ที่หมายถึงขอบเขตหรือแผนผังศักดิ์สิทธิ์ ตามคติในพุทธศาสนามหายานที่
                     เปQนการจำลองจักรวาล

                            บนยอดของปราสาทบายนแตFละหลังทำเปQนรูปใบหนCาคนดCานละ 1 หนCา รวม 4 หนCา ซึ่งใบหนCา

                     บุคคลนี้ไดCรับการตีความไปตFาง ๆ กัน เชFน กลFาววFาเปQนพระพักตร^ของพระพรหมา (ทั้งตามแนวคิดใน
                     ศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา) แตFหากพิจารณาใหCลึกซึ้งลงไปประกอบกับนิกายในพุทธศาสนาที่

                     เจริญรุFงเรืองเปQนอยFางมากในสมัยของพระเจCาชัยวรมันที่ 7 ซึ่งก็คือ พุทธศาสนามหายานนิกายวัชรยาน
   170   171   172   173   174   175   176   177   178   179   180