Page 281 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 281

273







                     สรุปและเสนอแนะ
                            ชื่อ “ไภษัช” หรือ “เภษัช” ที่มีความหมายถึง “ยา”, “การเยียวยาบำบัดโรค” เปQนที่มาของชื่อ

                     “ไภษัชยคุรุ – ครู-อาจารยE ผู7รักษาโรค (ด7วยยา?)” ความทุกขEที่เกิดจากการเจ็บไข7ได7ป[วยทั้งทางร<างกาย
                     และจิตใจมีส<วนอย<างสำคัญที่ทำให7แนวคิดนี้พัฒนาขึ้น อันนำไปสู<ความเชื่อในพุทธศาสนาที่ว<า

                     พระพุทธเจ7าเปQนแพทยEผู7ยิ่งใหญ<ที่สามารถขจัดปkดเป[าทุกขE (โรคภัยไข7เจ็บ) ทั้งทางกายและทางใจ และ

                     พัฒนาต<อเนื่องไปสู<แนวคิดเกี่ยวกับพระโพธิสัตวEผู7รักษาโรคเมื่อนิกายมหายานเจริญรุ<งเรืองขึ้น
                            ผลจากการศึกษาหลักฐานโบราณคดีที่มีอยู< อาจตั้งข7อสมมุติฐานได7ว<า กำเนิดแนวคิดเกี่ยวกับ

                     พระไภษัชยคุรุพระพุทธเจ7าแพทยE น<าจะเกิดขึ้นในดินแดนทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย
                     (แถบแคชเมียรE-คันธาระ) โดยมีพัฒนาการจากพื้นฐานการรักษาโรคในสังฆารามในอินเดียโบราณ ไปสู<

                     พระวินัยสงฆEเกี่ยวกับการรักษาโรค โดยปรากฎหลักฐานโบราณคดีที่เปQนชิ้นส<วนคัมภีรE (ไภษัชยวัสดุ) ที่

                     พบในดินแดนแถบนี้เปQนหลักฐานสำคัญ ช<วงเวลาที่แนวคิดนี้ค<อยๆบ<มฟkกและพัฒนาขึ้น น<าจะอยู<ในช<วง
                     สมัยพระเจ7ากนิษกะแห<งราชวงศEกุษาณะ (ราวพุทธศตวรรษที่ 7-8) ซึ่งพุทธศาสนาเจริญรุ<งเรืองเปQน

                     อย<างมาก รวมถึงมีความแพร<หลายไปยังดินแดนต<าง ๆ ในเอเชีย เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออก
                     เฉียงใต7 ดังปรากฎหลักฐานโบราณคดีจำนวนมาก จากนั้นจึงมีพัฒนาการอย<างชัดเจนในประเทศจีน

                            ในส<วนของลักษณะทางประติมานวิทยานั้นพบว<า ในชั้นต7นลักษณะทางประติมานวิทยาของ

                     พระไภษัชยคุรุไม<ชัดเจนตายตัว แต<แตกต<างกันไปตามความเชื่อและศิลปกรรมท7องถิ่น (จีน ธิเบต เขมร)
                     เมื่อมีการเขียนตำราหรือคัมภีรEทางประติมานวิทยาขึ้นภายหลัง จึงกำหนดลักษณะของพระไภษัชยคุรุว<า

                     มีลักษณะเด<นคือ รูปเคารพประทับนั่ง พระหัตถEประสานกันบนพระเพลาและมีสิ่งของบางอย<างใน

                     พระหัตถEซึ่งอาจเปQนบาตร หม7อน้ำ หรือ หม7อยา
                            ผลจากการศึกษาอาจทำให7มองเห็นความกระจ<างในบางประเด็น แต<ก็ยังคงทิ้งปkญหาบาง

                     ประการที่ยังไม<อาจหาข7อสรุปได7 เช<นเดียวกับได7ทำให7เกิดข7อสงสัยในประเด็นใหม< ๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้น
                     การศึกษาวิจัยชิ้นนี้จึงยังไม<เปQนที่สิ้นสุด ควรจะได7ทำการศึกษาเพื่อให7ได7ความกระจ<าง หรือตอบคำถาม

                     ในประเด็นที่ยังค7างคาอยู<ต<อไป เช<น แนวคิดเกี่ยวกับพระไภษัชยคุรุในเขมร ที่ดูเหมือนเกิดขึ้นอย<าง

                     รวดเร็ว ชัดเจน ได7รับความนิยมอย<างมากในสมัยพระเจ7าชัยวรมันที่ 7 นั้น มีที่มาอย<างไร หรือได7รับมา
                     จากที่ใดแน< ?
   276   277   278   279   280   281   282   283   284   285   286