Page 101 - วัชรยานยันตระ
P. 101

วิทยา (Sabda-vidya) ในขณะที่จารึกกัลยาณี (พุทธศตวรรษที่ 17) กล่าวถึง
              สีวลิเถระ ชาวเมืองตัมรลิปติ (Tamallitthi) ได้เดินทางไปเมืองพุกาม
                         ในพุทธศตวรรษที่ 12 เสวียนจั้งได้บันทึกไว้ถึงร่องรอยของพุทธ

              ศาสนาที่เจริญควบคู่กับศาสนาพราหมณ์ในดินแดน 4 แห่ง คือ เปาณฑระ
              วรรธนะ (Paundravardhana = มหาสถาน), สมตฏะ (Samatata), ตัมรลิปติ
              (Tamralipti) และกรรณสุวรรณะ (Karnasuvarna = Rangamati) ซึ่งดินแดน
              ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเบงกอล

                         อาณาจักรส าคัญในช่วงเวลาดังกล่าวคือ สมตฏะ (Samatata) (แห่ง
              ราชวงศ์ขัฑคะ) ซึ่งขณะนั้นมีอารามในพระพุทธศาสนาประมาณ 300 แห่ง
              และมีพระสงฆ์ประมาณ 2,000 รูป ในบันทึกของนักบวชจีนอีกรูปหนึ่งที่เข้า
              มาในอินเดียเมื่อ พ.ศ. 1193 - 1207 กล่าวถึง กษัตริย์พระองค์หนึ่งซึ่งน่าจะ
              หมายถึง พระเจ้าเทววรมัน กษัตริย์แห่งอินเดียตะวันออก ทรงสร้างอาราม
              ห่างจากวิหารมหาโพธิ์ไปทางตะวันออกราว 100 ไมล์ เช่นเดียวกับจารึก

              แผ่นทองแดงอัสรปุร (Asrapur) พบทางตะวันออกของแม่น ้าเลาหิตยะ
              กล่าวถึงกษัตริย์ คือ พระเจ้าเทวขัฑคะ (Devakhadga) ซึ่งนับถือ
              พระพุทธศาสนา จารึกนี้พบในบริเวณที่เรียกว่า “กรรมมันตะ” (Karmmanta)
              จากการศึกษาหลักฐานโบราณคดีสอบทานกับบันทึกของพระภิกษุเสวียนจั้ง
              ท าให้มีการตีความว่า บริเวณนี้น่าจะเป็นเมืองพัฑ-กามตา (Bad-kamta)

              ซึ่งเสวียนจั้งกล่าวถึง (Bhattasali, 1972: 6-7)
                            ที่ พั ฑ -กาม ต า (Bad-kamta) ซึ่ งเป็ น ศู น ย์ ก ล างท าง
              พระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่งนั้น ได้พบรูปเคารพในพระพุทธศาสนาหลาย
              องค์ เช่น อวโลกิเตศวร วัชรปาณี และชัมภละ (ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงมี
              หมู่บ้านชื่อ วิหารมัณฑละ) (มีผู้สันนิษฐานว่าอาจเป็นวัชรยาน) นอกจากนี้ใน
              บริเวณใกล้เคียงยังพบประติมากรรมขนาดเล็กของพระธยานิพุทธด้วย

              (Bhattasali, 1972: 7)





                                          91
   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106