Page 102 - วัชรยานยันตระ
P. 102
ในพุทธศตวรรษที่ 14 สมัยที่ราชวงศ์ปาละปกครองอินเดีย ซึ่งเป็น
ยุครุ่งเรืองของประวัติศาสตร์เบงกอล พระพุทธศาสนาเจริญสูงสุด พุทธสถาน
จ านวนมากถูกสร้างขึ้นและกลายเป็นศูนย์กลางที่ส าคัญของการศึกษา
พระพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น ไตรกุฏกะ(Traikutaka) ในเมืองราธา เบงกอล
ตะวันตก ที่ซึ่งหริภัทระได้แต่งอรรถกถาของ “อภิสมยาลังการะ”
(Abhisamayalankara) ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเจ้าธรรมปาละ, เทวิโกฏะ
(Devikota) ในเบงกอลตะวันตก, และพัณฑิตะ (Bandita) ในเมืองจิตตากอง
ั
(ปจจุบันอยู่ในประเทศบังคลาเทศ) ซึ่งเป็นศูนย์กลางส าคัญของพุทธตันตระ,
วิกรมปุริ (Vikramapuri) ในต าบลวิกรมปุร บังคลาเทศ ซึ่งพบรูปเคารพใน
วัชรยาน และมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อ “วัชรโยคินี” อันเป็นชื่อของเทพีองค์หนึ่ง,
ั
ปฏฏิเกรกะ (Pattikeraka) ในเทือกเขาไมนามตี-ลาลไม (Mainamati-Lalmai
range) และโสมปุระ (Somapura) ในเบงกอลภาคเหนือ เป็นต้น (Mitra,
1971: 238)
ป ห ร ร ปุ ร ห รือ โส ม ปุ ร (Paharpur /Somapur
ั
Mahavihara) (ปจจุบันอยู่ในประเทศบังคลาเทศ)
ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่ส าคัญแห่งหนึ่งในอินเดีย
ตะวันออก ภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงศ์ปาละ สร้างขึ้นโดยพระเจ้า
ธรรมปาละกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์ปาละ (พ.ศ. 1313-1353)
พระพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองอยู่ที่นี่เป็นมหายานแบบวัชรยานตันตระ ดังที่ได้พบ
ประติมากรรมพระพุทธรูป, พระโพธิสัตว์และเทพและเทพีต่างๆ เช่น กุเวร
เหวัชระและศักติ รูปเคารพดังกล่าวนี้แม้จะพบมากในธิเบต แต่พบได้น้อยใน
อินเดีย ที่ปหรรปุระยังมีวัดของพระนางตารา ซึ่งมีสถูปจ าลองจ านวนมาก
พบพระพิมพ์ดินเผามีภาพพระนางตาราและจารึกธารณีมันตระ (Mitra,
1971: 240-243) คติศาสนาและประติมากรรมรูปเคารพเหล่านี้ส่งอิทธิพล
92

