Page 107 - วัชรยานยันตระ
P. 107
ตัวอย่างรูปเคารพในวัชรยานตันตระในเบงกอล
ก่ อ น พุ ท ธ ศ ต ว รรษ ที่ 13 ประติ ม าก รรม ใน
พระพุทธศาสนายังไม่มีพัฒนาการมากนัก จนกระทั่งถึงสมัยปาละในช่วง
พุทธศตวรรษที่ 12 -13 วัชรยานแพร่หลาย แนวคิดเกี่ยวกับระบบเทพและ
เทพีปรากฏอย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากการแพร่หลายของ “คัมภีร์คุหย
สมาชะ” ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการนับถือและปฏิบัติอย่างลับๆ มานานกว่า 300
ปี (เชื่อกันว่า สาธนะแรกๆ ซึ่งอ้างอิงชัดเจนถึงพระธยานิพุทธทั้ง 5 เขียนขึ้น
โดยอสังคะ) ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้พบว่า มีการท ารูปพระธยานิพุทธปรากฏ
ร่วมกับพระพุทธรูป ทั้งในลักษณะที่ปรากฏบนประภามณฑลที่ล้อมรอบ
พระพุทธรูปหรือในลักษณะที่ปรากฏบนมุ่นพระเกศาของพระพุทธรูปและ
พระโพธิสัตว์ ดินแดนที่รูปเคารพของวัชรยานตันตระแพร่หลาย (ในช่วงแรก)
ได้แก่ แคว้นมคธ พิหาร และเบงกอล เช่น ที่โอทันตปุรีวิหาร สารนาถ และ
นาลันทา
ในเบงกอลตะวันออก ช่วงสมัยราชวงศ์ปาละ ซึ่งวัชรยาน
เจริญรุ่งเรืองนี้ ในศิลปะสกุลช่างเบงกอลได้เกิดรูปเคารพของเทพและเทพีใน
วัชรยานตันตระรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นเป็นจ านวนมาก สร้างขึ้นตามลักษณะที่
กล่าวไว้ในสาธนะ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 - 17 เช่น วัชรสัตว์
พระโพธิสัตว์โลเกศวรหลากหลายรูปแบบ, มัญชุศรี, มัญชุวระ, ปรัชญา
ปารมิตา, มาริจี, วัชรตารา, สิตตารา, พรรณศวรี, มหาปรติสรา, หาริตี,
จุณฑา, เหวัชระ, เหรุกะ, วสุธารา, ชัมภละ และไนราตมา เป็นต้น รูปเคารพ
เหล่านี้ต่อมาได้แพร่หลายเข้าสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
(Bhattacharyya, 1980: 125 ; Bhattasali, 1972: 3)
เหรุกะ (Heruka)
จากศุภปูร อยู่ในท่าเต้นร า ยืนด้วยขาซ้าย ขาขวายกขึ้นในระดับ
สะโพกของขาซ้าย มีท่าทางดุร้าย สวมสร้อยกะโหลก มือขวา (ช ารุด) ยกขึ้น
97

