Page 113 - วัชรยานยันตระ
P. 113

ั
              พุทธ-กปาละ ตันตระ, อาจารย์กัมพละ (Kambala) และปทมวัชระ
              (Padmavajra) ผู้เผยแผ่ “เหวัชระ-ตันตระ” นอกจากนี้จารึกที่พบในอินเดียใต้
                                       ั
              ซึ่งท าขึ้นในสมัยของพระเจ้าวิรูปกษ์ในพ.ศ. 2016 ที่มีเนื้อหากล่าวถึง เมือง
              อุฑฑิยานะก็กล่าวค่อนข้างชัดเจนว่า คือ ดินแดนแถบโอริสสา เป็นการ
              ยืนยันว่า “เมืองอุฑฑิยานะ” ศูนย์กลางส าคัญของพุทธตันตระน่าจะอยู่ที่
              โอริสสา (Donaldson, 2001: 8-14)
                     จึงเห็นได้ว่า ในโอริสสามีร่องรอยและหลักฐานของตันตระมาตั้งแต่

              ต้น และแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวัชรยานที่สัมพันธ์กับอุฑฑิยานะและ
              แนวคิด “จตุรปีฐะ” อย่างต่อเนื่องตามที่เอกสารของธิเบตกล่าวไว้
                         ที่โอริสสานี้มี “สิทธา” ของพุทธตันตระเกิดขึ้นหลายท่าน เช่น
              พระเจ้าอินทรภูติ, กังพลปา (Kambalapa), สรหะ (Saraha) และลูอีปา
              (Luipa) ซึ่งท่านหลังนี้เป็นผู้ท าให้พระเจ้าอินทรภูติหันมานับถือพุทธศาสนา
              (Behera, 1998: 25) กล่าวกันว่า พระเจ้าอินทรภูติ (Indrabhuti) กษัตริย์แห่ง

              อุฑฑิยานะในพุทธศตวรรษที่ 13 นี้ เป็นผู้น าแนวคิดมันตรยานเข้าสู่วัชรยาน
              และน้องสาวของพระองค์ คือ ลักษมีกรา (Laksmikara) เป็นผู้ที่มีบทบาท
              ส าคัญต่อพัฒนาการของสหัชยาน

                            ศรีรัตนคิรี-มหาวิหาร (Sri Ratnagiri-mahavihara)

                            ในโอริสสา นับเป็นศูนย์กลางวัชรยานที่ส าคัญ เริ่มสร้าง
              ตั้งแต่สมัยคุปตะแต่รุ่งเรือง มีชื่อเสียงราวพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นที่พ านัก
              ของนักปราชญ์ (คุรุ) ที่มีชื่อเสียงในพระพุทธศาสนาหลายท่าน ได้พบตรา
              ประทับจ านวนมาก ก าหนดอายุได้ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10 ส่วนหลักฐาน
              อื่นๆ มีอายุถึงราวพุทธศตวรรษที่ 17
                          จากบันทึกของตารานาถะ ใน History of Buddhism in India

              (เขียนเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2151) กล่าวว่า วิหารที่มีชื่อว่า “รัตนคิรี” สร้าง
                                                                     ั
              อยู่บนเนินเขาในแคว้นโอริสสา (Odivisa) ในรัชสมัยของพระเจ้าพุทธปกษา



                                          103
   108   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118