Page 8 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 8
บทที$ 1
การศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์
มนุษย์สนใจความเป็นมาของตัวเองและผู้อื=นมานานแล้ว ในระยะแรกหรือเมื=อราว
คริสต์ศตวรรษที= EF - EH มีการศึกษาความเก่าแก่ของโลกโดยนักวิทยาศาสตร์หัวก้าวหน้า
ของยุโรป เช่น กาลิเลโอ (Galileo) และ นิโคลัส คอปเปอร์ นิคัส (Nicolaus
Coppernicus) นักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิกเหล่านี_ศึกษาระบบโลกและเสนอทฤษฎี
เกี=ยวกับการหมุนของโลกหรือระบบศูนย์กลางของจักรวาล ในตอนกลางของคริสต์วรรษที=
EH มีบาทหลวงชาวไอริชท่านหนึ=ง ชื=อ เจมส์ อัชเชอร์ (James Ussher) ประกาศว่าโลก
ถือกําเนิดขึ_นเมื=อตอนเช้าเวลา i:00 น. ของวันที= mn ตุลาคม oppo ปีก่อนคริสตกาล หรือ
ประมาณ F พันกว่าปีมาแล้ว ต่อมาในตอนปลายของคริสต์วรรษที= EH ต่อเนื=องจนถึง
คริสต์วรรษที= Es มีการค้นพบหลักฐานกระดูกสัตว์ กระดูกมนุษย์ และเครื=องมือหินที=แสดง
ว่าโลกมีความเก่าแก่มากนับล้านปีมาแล้ว ไม่ใช่ F,ppp กว่าปีดังที=บาทหลวงอัชเชอร์
คํานวณจากคัมภีร์ทางศาสนา
ต่อมาในคริสต์วรรษที= Ei นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ ชื=อ ชาร์ลส ไลเอล (Charles
Lyell) ได้เสนอทฤษฎีการเปลี=ยนแปลงของเปลือกโลกและช่วยยืนยันความเก่าแก่ของ
โบราณวัตถุต่างๆ ที=ค้นพบ ในเวลาไล่เลี=ยกันนั_น ชาร์ลส ดาร์วิน (Charles Darwin) ซึ=ง
เป็นนักธรรมชาตินิยมชาวอังกฤษก็ได้เขียนหนังสือเล่มสําคัญ ชื=อ On the Origin of
Species by Means of Natural Selection (1895) นําเสนอข้อมูลและแนวคิดว่า
วิวัฒนาการของสิ=งมีชีวิต (รวมทั_งมนุษย์) สัมพันธ์กับการเลือกสรรโดยธรรมชาติ
(ดูรายละเอียดเพิ=มเติมในบทที= m) โดยก่อนหน้านั_นคือในปี EsFn เพื=อนของดาร์วินคนหนึ=ง
ชื=อ โทมัส ฮักซ์ลีย์ (Thomas Huxley) ได้พิมพ์หนังสือชื=อ Evidence as to Man’s Place
in Nature หนังสือเล่มนี_เป็นงานชิ_นแรกที=พยายามจัดลําดับกําเนิดของมนุษย์อย่างเป็น
ระบบ โดยศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางกายวิภาคของมนุษย์และลิงไม่มีหางปัจจุบัน
และกล่าวว่ามนุษย์มีความใกล้ชิดกับลิงไม่มีหางมากกว่าสัตว์ชนิดอื=นๆ ในโลก (รูปที= E.E)
อย่างไรก็ตามงานของโทมัส ฮักซ์ลีย์ในขณะนั_นยังไม่มีหลักฐานซากบรรพชีวินสนับสนุน
จนกระทั=งถึงคริสต์วรรษที= mp จึงมีการสังเคราะห์และนําเสนอแนวคิดทฤษฎีวิวัฒนาการ
สมัยใหม่อย่างเป็นระบบ และมีการค้นพบซากบรรพชีวินมากขึ_นตามลําดับ

