Page 156 - ฝ่าวิกฤตระบบสุขภาพเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน
P. 156
แต่ต้องพยายามหาแนวที่างลด้จำำานวนผู่้ปี่วยลงด้้วย โด้ยเฉพาะ
ผู่้ปี่วยโรคไม่ติด้ต่อเรื�อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs)
อันถึือเปี็นภาระหนักของระบบสาธารณสุขไที่ยในทีุ่กวันน่�ที่่�ม่
ผู่้เส่ยช่่วิตมากถึึงปีีละกว่า 4 แสนคน และยังม่ผู่้ปี่วยที่่�เข้ารับบริการ
รักษาตัวอยู่ในระบบถึึง 33 ล้านคน
ม่รายงานว่างบปีระมาณปีี พ.ศ. 2560 ของสำานักงาน
หลักปีระกันสุขภาพแห่งช่าติ (สปีสช่.) จำำานวน 127,651 ล้านบาที่
ต้องถึูกแบ่งมาใช่้รักษาผู่้ปี่วยกลุ่ม NCDs สูงถึึง 62,138 ล้านบาที่
หรือคิด้เปี็นกว่า ร้อยละ 50 ที่ั�งที่่�เปี็นโรคซึ่ึ�งสามารถึปี้องกันได้้
หากกระที่รวงสาธารณสุขสามารถึลด้ผู่้ปี่วยกลุ่มน่�ได้้ ความแออัด้
ในโรงพยาบาลก็จำะลด้ลงตามไปีด้้วย
อย่างไรก็ด้่ นายสมศ์ักดิ� เที่พสุที่ิน รัฐมนตร่ว่าการ
กระที่รวงสาธารณสุข ได้้กำาหนด้เปี้าหมายในการลด้จำำานวนผู่้ปี่วย
ที่่�เข้ารับบริการในโรงพยาบาลของรัฐลงให้ได้้ ร้อยละ 30 ภายใน
ระยะเวลา 2 ปีีโด้ยเน้นกลุ่มผู่้ปี่วย NCDs ซึ่ึ�งม่สัด้ส่วนมากกว่า
ร้อยละ 30 ของผู่้ปี่วยที่ั�งหมด้ คิด้เปี็นกว่า 100 ล้านครั�ง จำากจำำานวน
ผู่้เข้ารับบริการกว่า 304 ล้านครั�งต่อปีี เพราะหากเพิ�มจำำานวน
บุคลากรที่างการแพที่ย์อย่างเด้่ยว และไม่ม่การลด้จำำานวนผู่้ปี่วยลง
156 ฝ่่าวิิกฤตระบบสุุขภาพ
เปลี่่�ยนผ่่านสู่่่อนาคตที่่�ยั่่�งยั่ืน

