Page 218 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 218
216
นายหน้าประกันภัย : ปัจจัยแห่งความยั่งยืน :
ฟันเฟืองสำาคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย พลังของผู้นำาและความร่วมมือ
ปัจจุบันกว่า 60% ของเบี้ยประกันวินาศภัยในประเทศไทย มาจาก ความยั่งยืนไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจาก “ความตั้งใจ
ช่องทางของ “ระบบนายหน้าประกันภัย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาท และความมุ่งมั่น” องค์กรที่ก้าวสู่ความยั่งยืนได้ ต้องมีปัจจัยส�าคัญ
ส�าคัญของวิชาชีพนี้ในฐานะ “ฟันเฟืองหลัก” ของการเชื่อมโยงระหว่าง หลายประการร่วมกัน ได้แก่
ผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย นายหน้าประกันภัยไม่ได้เป็นเพียง
่
“ผู้ขายกรมธรรม์” แต่คือ “ที่ปรึกษา” และ “ผู้ดูแลผลประโยชน์ของลูกค้า” 1. ความมุ่งมันของผู้น�าองค์กร
ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม การบริหาร ผู้น�าต้องเป็นแบบอย่างแห่งความโปร่งใส มีวิสัยทัศน์ระยะยาว
ความเสี่ยง ไปจนถึงการดูแลลูกค้าในยามเกิดเหตุภัย ดังนั้นการพัฒนา และพร้อมจะปรับเปลี่ยนเพื่อตอบรับโลกยุคใหม่
นายหน้าให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีจรรยาบรรณที่เข้มแข็ง จึงเป็น
จุดเริ่มต้นของ “ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม” อย่างแท้จริง 2. การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
ความยั่งยืนไม่ได้ปิดกั้นการเติบโต แต่เปิดทางให้เติบโตอย่างมี
จริยธรรมและสร้างผลดีต่อสังคม
่
ความยังยืนคือการสร้างสมดุลระหว่างผลก�าไรและคุณค่า
่
3. การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการอย่างต่อเนือง
การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน หมายถึงการด�าเนินธุรกิจโดยค�านึงถึง โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครอง
“ผลกระทบในทุกมิติ” ไม่ว่าจะเป็นต่อสิ่งแวดล้อม ต่อผู้บริโภค ต่อชุมชน ได้ง่ายและรวดเร็ว
หรือแม้แต่ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ องค์กรที่ยั่งยืนไม่ได้มุ่งเพียง
การเติบโตทางรายได้ แต่ต้องสร้าง “คุณค่า (Value)” ที่ส่งต่อให้สังคม 4. การบริหารความเสียงอย่างรอบคอบ
่
ซึ่งในมิติของอุตสาหกรรมประกันภัย นั่นหมายถึง ทั้งในมิติขององค์กรเอง และในบทบาทที่ต้องช่วยลูกค้าจัดการ
ความเสี่ยงชีวิตและทรัพย์สิน
การส่งเสริมการประกันภัยที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้
การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเข้าใจง่าย 5. การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ (Partnership for Progress)
การยกระดับความรู้ด้านการเงิน และการบริหารความเสี่ยงแก่ เพราะการร่วมมือกันอย่างแท้จริง จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยน
ประชาชน องค์ความรู้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับมาตรฐาน
และการมีระบบก�ากับดูแลที่มีธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริต ของทั้งอุตสาหกรรม
อย่างจริงจัง
เพราะ “ความเชื่อมั่น” คือรากฐานของอุตสาหกรรมประกันภัย และ
“ธรรมาภิบาล” คือเครื่องมือที่จะท�าให้ความเชื่อมั่นนั้นมั่นคงยิ่งขึ้น
ครบรอบ 18 ปี
สำ�นักง�นคณะกรรมก�รกำ�กับและส่งเสริม ก�รประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

