Page 213 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 213
211
ความยั่งยืนและจรรยาบรรณในยุคเทคโนโลยี
จรรยาบรรณและความเป็นมืออาชีพ ยังคงเป็นรากฐานส�าคัญของ ส�าหรับด้านความยั่งยืน (Sustainability) เทคโนโลยีสามารถมี
วิชาชีพผู้ส�ารวจภัยไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด การน�าเทคโนโลยีเข้ามาใช้จะต้อง บทบาทในการสร้างระบบประกันภัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้นด้วย
ไม่บั่นทอนหลักการจรรยาบรรณดังกล่าว แต่ตรงกันข้ามควรช่วยส่งเสริม ผู้ส�ารวจภัยยุคใหม่ตระหนักถึงแนวคิด ESG (Environment, Social,
ให้ระบบมีความโปร่งใสและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ผู้ส�ารวจภัยถือเป็นบุคคลที่อยู่ Governance) ที่ก�าลังได้รับความส�าคัญทั่วโลก การด�าเนินงานส�ารวจภัย
ตรงกลางระหว่างผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย จึงควรค�านึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมควบคู่ไปกับ
ดังนั้นความเป็นกลาง (Impartiality) และความถูกต้องเชิงเทคนิค ประสิทธิภาพทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น การน�าระบบ ส�ารวจความเสียหาย
ในการประเมินความเสียหายจึงเป็นหัวใจที่ต้องรักษาไว้อย่างเคร่งครัด แบบดิจิทัล มาใช้แทนการใช้กระดาษเอกสารหรือการเดินทางซ�าซ้อน ช่วยลด
สมาคมฯ ได้มุ่งมั่นสร้าง ระบบควบคุมจรรยาบรรณและกลไกตรวจสอบ การใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการเดินทาง
ทางวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่อง สมาคมฯ เน้นย�าหลักการว่า “เทคโนโลยีต้อง โดยไม่จ�าเป็น หรือการใช้โดรนและภาพถ่ายดาวเทียมในการส�ารวจพื้นที่
ถูกใช้อย่างรับผิดชอบ” กล่าวคือ ผู้ส�ารวจภัยต้องตรวจสอบผลการประเมิน ประสบภัยแทนการส่งเจ้าหน้าที่หลายชุดเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะ
ของ AI อย่างรอบคอบและใช้ดุลยพินิจวิชาชีพควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิด ปลอดภัยกว่าแล้วยังลดผลกระทบต่อพื้นที่สิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย อีกด้านหนึ่ง
ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เทคโนโลยี Big Data และ AI ยังช่วยในการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้าน
สิ่งแวดล้อมระยะยาว สอดคล้องกับหลักการของโครงการประกันภัยยั่งยืน
ความโปร่งใสของกระบวนการ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างความ ของสหประชาชาติ (UN Principles for Sustainable Insurance – PSI)
ไว้วางใจจากสังคม บริษัทประกันภัยและผู้ส�ารวจภัยควรเปิดเผยให้ลูกค้า ที่เน้นให้ภาคธุรกิจประกันภัยมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและ
เข้าใจได้ว่า AI ถูกน�ามาใช้ในขั้นตอนไหนและอย่างไร อัลกอริทึมมีหลักเกณฑ์ สังคม สมาคมผู้ส�ารวจภัยฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนเป้าหมาย
การตัดสินอย่างไร และมีการป้องกันการอคติของระบบการสื่อสารอย่าง การพัฒนาอย่างยั่งยืนเหล่านี้ ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ด้าน Green
โปร่งใสนี้จะช่วยลดข้อกังขา และเพิ่มการยอมรับต่อระบบอัตโนมัติที่น�ามา Insurance Assessment หรือการประเมินภัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่ง
ใช้ในการเรียกร้องสินไหม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับบทบาทของผู้ส�ารวจภัยให้เป็น
“มืออาชีพเพื่อสังคม” อย่างแท้จริง
อีกด้านหนึ่งของความยั่งยืนทางจริยธรรมคือ การคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลและความปลอดภัยไซเบอร์ ในเมื่อการด�าเนินงานประกันภัย ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายคือ การสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่าง “คน”
ยุคใหม่ต้องพึ่งพาข้อมูลและระบบดิจิทัลเป็นหลัก ผู้ส�ารวจภัยมีความ กับ “เครื่องมือ” โดยให้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มศักยภาพ
รับผิดชอบที่จะต้องรักษาข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยจากการรั่วไหล หรือตก ของผู้ส�ารวจภัย ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาแทนที่มนุษย์อย่างสิ้นเชิง ผู้ส�ารวจภัย
ไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี การรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลเหล่านี้จะช่วยยืนยัน ที่มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีและยึดมั่นในจรรยาบรรณจะเป็น
ว่าการน�าเทคโนโลยีเข้ามา จะไม่ลดทอนความไว้วางใจที่สังคมมีต่อระบบ ทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่า ช่วยให้กระบวนการเรียกร้องสินไหมเป็นไป
ประกันภัย แต่ในทางตรงกันข้ามจะยิ่งท�าให้ระบบมีความโปร่งใส ตรวจสอบ อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม อันจะน�าไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นแก่
ได้ และเป็นธรรมยิ่งขึ้น ประชาชนในระบบประกันภัยโดยรวม สมาคมผู้ส�ารวจภัยไทยจึงต้องด�ารง
บทบาทผู้น�าเชิงกลยุทธ์นี้ต่อไป เพื่อขับเคลื่อนวิชาชีพสู่อนาคตที่เทคโนโลยี
กับจริยธรรมเดินไปด้วยกันอย่างเกื้อกูล

