Page 211 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 211

209












            อุตสาหกรรมประกันภัยก�าลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกระแสของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (Artificial
        Intelligence – AI) การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) หรือ InsurTech ที่เข้ามาปรับปรุงกระบวนการท�างานต่าง ๆ ในธุรกิจประกันภัย
        อย่างรวดเร็ว ในบทบาทของสมาคมการค้าผู้ส�ารวจและประเมินวินาศภัยไทย  (หรือสมาคมผู้ส�ารวจภัยไทย) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพของผู้ปฏิบัติงาน
        ด้านการส�ารวจภัยและประเมินความเสียหาย การปรับตัวและเป็นผู้น�าเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนวิชาชีพท่ามกลางคลื่นเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งจ�าเป็น
        บทความนี้จะวิเคราะห์บทบาทดังกล่าวโดยเน้นสองแกนหลัก  ได้แก่  (1)  อิทธิพลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เปลี่ยนแปลง
        กระบวนการส�ารวจภัย และ (2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรผู้ส�ารวจภัยให้สามารถปรับตัวและใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการธ�ารง
        รักษาจริยธรรมวิชาชีพ ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของสมาคมฯ ทั้งด้านความรู้ มาตรฐานวิชาชีพ การอบรมวิจัย และความร่วมมือกับภาครัฐ
        และเอกชน












           สถานการณ์ปัจจุบันของเทคโนโลยีอัจฉริยะในงานสำารวจภัย




            ปัจจุบันเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติมีบทบาทส�าคัญใน    นอกจากนี้ หลายบริษัทประกันและคู่ค้าด้าน InsurTech มีการเริ่มน�า
        กระบวนการเรียกร้องสินไหมประกันภัยและการส�ารวจความเสียหาย    การประมวลผลภาพด้วย AI มาใช้ในการประเมินความเสียหายของยานยนต์
        โดยเฉพาะในกรณีเรียกร้องสินไหมที่มีความซับซ้อนไม่สูง บริษัทประกันภัย   และทรัพย์สินโดยอัตโนมัติ ที่สามารถวิเคราะห์รูปถ่ายความเสียหายรถยนต์
        หลายแห่งได้น�าระบบดิจิทัลมาให้บริการลูกค้า เช่น การให้ผู้เอาประกันภัย   หรือทรัพย์สิน เพื่อระบุความรุนแรงของความเสียหายและประมาณการ
        ถ่ายรูปความเสียหาย และส่งข้อมูลการเรียกร้องสินไหมผ่านระบบออนไลน์    ค่าซ่อมแซมได้อย่างแม่นย�า ระบบดังกล่าวช่วยให้กระบวนการเรียกร้อง
        และใช้ระบบ AI จะวิเคราะห์ภาพถ่ายเพื่อประเมินความเสียหายเบื้องต้น   สินไหมเป็นแบบ self-service มากขึ้น และมีประสิทธิภาพสูง นับเป็น
        ซึ่งในบางกรณีผู้เอาประกันภัยสามารถได้รับข้อเสนอค่าสินไหมทดแทน   ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ AI ที่ ลดขั้นตอนการท�างานด้วยระบบอัตโนมัติ
        อย่างรวดเร็ว โดยผู้เอาประกันภัยไม่ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส�ารวจภัย     และเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ผู้เอาประกันภัย
        กระบวนการเรียกร้องสินไหมแบบอัตโนมัติเช่นนี้ช่วยลดเวลาการด�าเนินการ
        และค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องสินไหมลง ท�าให้ทั้งผู้เอาประกันและบริษัท  นอกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในขั้นตอนส�ารวจภัยแล้ว Machine
        ประกันได้รับประโยชน์จากความรวดเร็วและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อ   Learning (ML) และ ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ยังถูกน�ามาใช้ในส่วนอื่นของ
        บางกรณีการเรียกร้องสินไหมที่มีความซับซ้อน ประเด็นความคุ้มครอง   งานสินไหม เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจจับการทุจริตประกันภัย
        ตามกรมธรรม์ที่ซับซ้อนกว่าปกติ หรือกรณีพิพาทด้านความรับผิด AI     โดยระบบสามารถเรียนรู้รูปแบบความผิดปกติจากฐานข้อมูลเรียกร้อง
        ในปัจจุบันยังไม่อาจวินิจฉัยและตัดสินใจได้ครอบคลุม การเรียกร้องสินไหม   สินไหมในอดีต ท�าให้สามารถแจ้งเตือนกรณีที่อาจเป็นการฉ้อโกงได้ล่วงหน้า
        เหล่านี้ยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและดุลยพินิจของผู้ส�ารวจภัย   ลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมในภาพรวม อีกทั้ง AI ยังช่วยประมวลผล
        มืออาชีพ รวมถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย     เอกสารและข้อมูลประกอบการเรียกร้องสินไหม เช่น หมายเหตุของ
        นั่นหมายความว่า แม้เทคโนโลยีจะรุดหน้าไปเพียงใด บทบาทของผู้ส�ารวจภัย   ผู้ส�ารวจภัย รายงานการประเมินความเสียหาย ประวัติกรมธรรม์ ฯลฯ
        ยังคงมีความส�าคัญอย่างยิ่ง เพราะต้องใช้วิจารณญาณและความเข้าใจ   ด้วยความรวดเร็ว ท�าให้การตัดสินค่าสินไหมมีความถูกต้องและแม่นย�า
        เชิงลึกด้านประกันภัย ตลอดจนการมีมนุษยธรรมและความเห็นอกเห็นใจ   มากขึ้น แม้สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในอนาคต
        ต่อผู้สูญเสีย ซึ่งเป็นคุณค่าที่ AI ไม่สามารถทดแทนกันได้   ที่ AI อาจเข้ามาช่วยงานส�ารวจภัยได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

            ส�าหรับสถานการณ์ในประเทศไทย อุตสาหกรรมประกันภัยไทยเพิ่ง  จากภาพรวมข้างต้นจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะก�าลังเข้ามา
        เริ่มต้นน�า AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการด�าเนินงาน บริษัทประกันภัยไทยเริ่มใช้     ยกระดับกระบวนการส�ารวจภัย ในหลายด้าน ทั้งความรวดเร็ว ความแม่นย�า
        AI ในระบบการท�างานบางส่วน โดยการใช้งานด้านหลักคือ การประมวลผล   และประสิทธิภาพการท�างาน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมมา
        เรียกร้องสินไหมประกันและการประเมินความเสียหาย รองลงมาคือ   พร้อมกับความท้าทายในการปรับตัวของบุคลากรผู้ส�ารวจภัยและองค์กร
        การตรวจจับป้องกันการฉ้อโกงประกันภัย และนอกจากนี้ยังมีการใช้ AI     วิชาชีพที่เกี่ยวข้อง สมาคมผู้ส�ารวจภัยไทยในฐานะศูนย์รวมของผู้ประกอบ
        เพื่อยกระดับงานบริการลูกค้าและช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แม้สัดส่วน   วิชาชีพนี้ จึงจ�าเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกในการน�าพาสมาชิกและทั้ง
        บริษัทที่ใช้ AI ยังถือว่าไม่มากนักแต่แนวโน้มชัดเจนว่าเทคโนโลยีนี้จะทวี   อุตสาหกรรมก้าวสู่ยุคใหม่อย่างมั่นคงและมีความรับผิดชอบ
        ความส�าคัญยิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อนโยบายภาครัฐให้การสนับสนุน
        เพิ่มขึ้น
   206   207   208   209   210   211   212   213   214   215   216