Page 145 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 145
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
ระยะแรก การศึกษาทางโบราณคดีในกรุงเทพมหานครมาจากการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีใต้ดินด้วยความบังเอิญ
อย่างเช่นการขุดถนนเพื่อท�าระบบสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงถนน การท�าเสาไฟ การท�าระบบระบายน�้า ราว
ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๑ ในการขุดถนนพระเชตุพนเพื่อวางท่อสายไฟฟ้าและวางท่อระบายน�้าในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ บริเวณ
ตรงกลางถนนพระเชตุพน ด้านถนนมหาราชและสนามไชย พบโครงกระดูกมนุษย์หันศีรษะไปทางทิศตะวันตกและมีขวาน
เหล็กกับภาชนะดินเผาวางอยู่เหนือศีรษะด้วย (ป.บุณนาค, ๒๕๔๖: ๕๖) หรือเหตุการณ์การพบลูกกระสุนปืนใหญ่และ
เศษเครื่องถ้วยจ�านวนมากบริเวณลานจอดรถ ด้านหน้าโรงละครแห่งชาติ ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งของพระราชวังบวรสถานมงคล
(วังหน้า) จากการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของโรงละครแห่งชาติ (สารกรมศิลปากร, ๒๕๔๒: ๘) นอกจากนั้น ในการขุด
ดินในพื้นที่ต่าง ๆ โดยรอบกรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ มักจะพบอิฐ เศษภาชนะดินเผาหรือฐานรากโบราณสถานอยู่
เสมอ ทั้งนี้ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ได้แสดงความเห็นว่า การแจ้งเรื่องการขุดพบซากโบราณสถานหรือโบราณวัตถุใน
กรุงเทพฯ ให้กรมศิลปากรมีหน้าที่โดยเฉพาะทราบอย่างจริงจังน่าจะเริ่มราวปี พ.ศ. ๒๕๐๔ มานี้เอง (ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์
แพทย์, ๒๕๔๔: ๑๑๙)
ระยะต่อมา จากการพบหลักฐานทางโบราณคดีใต้ดินทั้งโบราณวัตถุสถานโดยบังเอิญ รวมไปถึงการเกิดการศึกษาด้าน
โบราณคดีเมือง (urban archaeology / city archaeology) และข่าวเหตุการณ์การขุดค้นทางโบราณคดีในเมืองส�าคัญ
ต่าง ๆ ของโลก อย่างเช่น ลอนดอน โรม (Schofield and Leech, 1987) ท�าให้การศึกษาทางโบราณคดีในเมืองหลวง ได้
เริ่มด�าเนินการอย่างเป็นระบบราว ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ มีลักษณะเป็นงานโบราณคดีกู้ภัย หรืองานโบราณคดีด�าเนินการอย่าง
เร่งด่วนเมื่อมีโครงการก่อสร้างที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ โดยโครงการที่มีการปรับปรุงพื้นที่แล้วก�าหนดให้มีการ
ท�างานโบราณคดีอย่างเป็นระบบในระยะแรกที่ส�าคัญ คือ โครงการปรับปรุงพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี
พ.ศ. ๒๕๓๗ ด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะด�าเนินการก่อสร้างอาคาร ณ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยจึงได้
สนับสนุนให้มีการศึกษาทางโบราณคดีภายใต้โครงการก่อสร้างอาคารหอสมุด และโครงการก่อสร้างอาคารธรรมศาสตร์
๖๐ ปี (กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์, ๒๕๕๙)
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พบว่าการศึกษาทางโบราณคดีในกรุงเทพมหานครจะด�าเนินการร่วมกับโครงการก่อสร้างหรือ
งานปรับปรุงพื้นที่ขนาดใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์และพื้นที่เกี่ยวเนื่องอย่างต่อเนื่องมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีวิธีการ
รวบรวมข้อมูลโดยการส�ารวจและการขุดค้น เพื่อศึกษาและเก็บกู้แหล่งโบราณคดีก่อนที่จะถูกท�าลายไปจากการสร้างสิ่ง
ก่อสร้างหรือระบบสาธารณูปโภคใหม่ และในทศวรรษนี้ พบว่างานโบราณคดีในกรุงเทพมหานคร นอกจากจะต้องท�างาน
และสร้างความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานราชการหรือเอกชนเป็นจ�านวนมากแล้ว งานโบราณคดียังมีความสัมพันธ์กับชุมชน
หรือผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองร่วมสมัย มีผู้คนอาศัยอย่างต่อเนื่อง การส�ารวจและขุด
ค้นทางในพื้นที่ใด ๆ นั้น ย่อมสัมพันธ์กับเจ้าของพื้นที่หรือผู้คนที่อาศัยในพื้นที่นั้นเสมอ นอกจากนั้น ด้านความรู้ที่เกี่ยว
กับความเป็นมาของบ้านเมืองกรุงเทพมหานครจะได้มาจากการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีที่พบโดยบังเอิญและจากงาน
โบราณคดีที่ด�าเนินการร่วมกับงานก่อสร้าง ดังนั้น โบราณคดีในกรุงเทพมหานครจึงได้สร้างทั้งองค์ความรู้ควบคู่ไปกับการ
จัดการทรัพยากรทางโบราณคดีด้วย
ในที่นี้ ผู้เขียนยกตัวอย่างงานโบราณคดีที่ด�าเนินการโดยภาควิชาโบราณคดี จ�านวน ๓ แหล่ง เพื่อแสดงความก้าวหน้า
ในการศึกษาทางโบราณคดีในกรุงเทพมหานคร ได้แก่
๑. แหล่งโบราณคดีกระทรวงพาณิชย์ (เดิม)
๒. แหล่งโบราณคดีสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม)
๓. แหล่งโบราณคดีชุมชนเลื่อนฤทธิ์
๒.๑ แหล่งโบราณคดีกระทรวงพาณิชย์ (เดิม): ความรู้เรื่องป้อมบางกอก วังเจ้านายและ
แหล่งผลิตเครื่องประดับมุกเมื่อครั้งต้นรัตนโกสินทร์
การศึกษาทางโบราณคดีที่แหล่งโบราณคดีกระทรวงพาณิชย์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่โดยรอบก่อน
ที่จะปรับปรุงพื้นที่นี้ให้เป็นมิวเซียมสยาม อันนับว่าเป็นการขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่กว้าง ภายหลังจากที่เคยด�าเนินการ
มาก่อนในคราวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะด�าเนินการก่อสร้างอาคารในปี พ.ศ. ๒๕๓๗
การขุดค้นทางโบราณคดีได้ขุดค้นที่พื้นที่สนามด้านหน้าของอาคารกระทรวงพาณิชย์และพื้นที่ว่างโดยรอบ การขุดค้น
แบบพื้นที่กว้างนี้ท�าให้มองเห็นภาพรวมและความสัมพันธ์ของหลักฐานต่าง ๆ ที่พบ น�าไปสู่การตีความที่ลุ่มลึกมากขึ้น
จากการศึกษาพบว่า บริเวณพื้นที่กระทรวงพาณิชย์ (มิวเซียมสยามในปัจจุบัน) เดิมเคยเป็นที่ตั้งของวังเจ้านายมาแต่
ครั้งต้นกรุง ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างวังจ�านวน ๕ วังบริเวณท้ายวัดพระเชตุพนฯ
(หรือบริเวณพื้นที่มิวเซียมและสถานีต�ารวจนครบาลพระราชวังในปัจจุบัน) รวมเรียกวังทั้งห้าว่า วังท้ายวัดพระเชตุพน
เพื่อพระราชทานแก่กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ กรมหมื่นเชษฐาธิเบนทร์ กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร์ พระองค์เจ้างอนรถ และ
กรมหมื่นภูมินทร์ภักดี วังต่าง ๆ มีเจ้านายประทับอย่างต่อเนื่อง จนในสมัยรัชกาลที่ ๖ วังทั้งหมดจึงถูกรื้อลงและปรับเปลี่ยน
เป็นกระทรวงพาณิชย์ โดยตัวอาคารกระทรวงพาณิชย์เริ่มก่อสร้างราว พ.ศ. ๒๔๖๔ ร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดีที่พบ
ล้วนสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ (ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๐)
145 ๑๔๕

