Page 146 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 146

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙

                  หลักฐานทางโบราณคดีที่ส�าคัญ



                  ๑) ฐานรากของป้อมบางกอกฝั่งตะวันออก

                  บริเวณด้านหลังของพื้นที่มิวเซียมสยาม ด้านที่ติด
                  กับถนนมหาไชย ได้พบแนวอิฐมีความกว้างตั้งแต่
                  ๑.๕ – ๒.๕ เมตร แนวอิฐที่พบนี้เรียงต่อกันเป็น
                  รูปแฉก มีโครงร่างเทียบเคียงได้กับแผนผังของป้อม

                  บางกอกฝั่งตะวันออกหรือป้อมวิไชยเยนทร์ที่สร้าง
                  ขึ้นในสมัยพระนารายณ์ ใต้แนวอิฐมีไม้ซุงรองรับแนว
                  อิฐอีกชั้นหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นฐานรากของป้อม
                  บางกอกฝั่งตะวันออก ซึ่งถูกทิ้งร้างไปหลังจากสิ้น

                  สมัยสมเด็จพระนารายณ์ และถูกรื้อลงในคราวหลัง









                                                                            แนวอิฐซ้อนทับหลายสมัย อิฐชั้นล่างสุดสันนิษฐานว่าเป็นฐานรากของป้อมวิไชยเยนทร์
                                                                                         เส้นประคือ แนวสันนิษฐานแนวแฉกของป้อมปราการ




                  ๒) วังเจ้านาย สมัยรัชกาลที่ ๓ – ๕
                  ฐานรากไม้มีลักษณะเป็นแผ่นไม้ กว้างราว ๓๐
                  เซนติเมตรขึ้นไป เรียงต่อกันและขัดกันเป็นรูปตาราง

                  บางช่วงของแนวไม้พบว่ามีการก่ออิฐทับลงบนไม้
                  แผนผังของแนวไม้ที่พบเทียบได้กับแผนผังของวังท้าย
                  วัด พระเชตุพนฯ  ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ สันนิษฐาน

                  ว่าน่าจะเป็นพื้นที่ของวังของกรมหลวงอดิศรอุดมเดช
                  โดยแผ่นไม้ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นฐานรากมีหน้าที่ส�าหรับ
                  รองรับน�้าหนักก�าแพงและเสา นอกจากฐานรากที่พบ
                  แล้ว ยังพบสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ รางระบายน�้าก่อ
                  ด้วยอิฐ บ่อน�้า พื้นทางเดิน







                                                                                              ฐานรากไม้และอิฐแสดงแนวอาคารวังเจ้านาย





                                                                                          ๓) การผลิตเครื่องประดับมุก
                                                                                          บริเวณพื้นที่ริมรั้วที่ติดกับถนนเศรษฐการและถนนสนามไชยมาบรรจบกันได้พบ

                                                                                          หอยมุกเป็นจ�านวนมาก สามารถจ�าแนกได้ ๓ ชนิด คือ หอยมุกไฟ หอยมุกจาน
                                                                                          และหอยมุกนมสาว เปลือกหอยมุกที่พบส่วนมากเป็นหอยมุกไฟ
                                                                                            เปลือกหอยมุกที่พบจ�าแนกได้เป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มาจากกิจกรรมการผลิต

                                                                                          เครื่องประดับมุก คือ ชิ้นส่วนแกนหอยมุก ก้นหอย และแผ่นเปลือกหอยที่ผ่านการ
                                                                                          จัดเจียนเป็นรูปทรงต่าง ๆ เพื่อเตรียมน�าไปผลิตเครื่องมุก เช่น แผ่นมุกตัดเป็น
                                                                                          รูปวงกลมและเจาะรูตรงกลาง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒.๑ – ๒.๓ เซนติเมตร
                                                                                          หนา ๐.๓ เซนติเมตร จากหลักฐานที่พบสอดคล้องกับประวัติของเจ้านายบาง
                                                                                          พระองค์ที่ประทับ ณ บริเวณนี้เคยด�ารงต�าแหน่งเป็นเจ้ากรมช่างมุกมาก่อน ดังนั้น

                                                                                          กระบวนการผลิตงานประดับมุกชิ้นส�าคัญในกรุงรัตนโกสินทร์จึงน่าจะท�าขึ้น
                                                                                          ณ พื้นที่แห่งนี้







                                                                                          ชิ้นส่วนหอยมุกบางส่วนที่พบจากการขุดค้น



                                                                                      146 ๑๔๖
   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150   151