Page 149 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 149
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
๒.๓ แหล่งโบราณคดีชุมชนเลื่อนฤทธิ์ : ประตูแห่งส�าเพ็ง ย่านการค้าในอดีต
ชุมชนเลื่อนฤทธิ์เป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งประกอบไปด้วยชาวไทยเชื้อสายจีน และเชื้อสายอินเดีย กว่า ๒๐๐
หลังคาเรือน ที่อยู่อาศัยอยู่ร่วมกันภายในตึกแถวที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ ในลักษณะพื้นที่แบบ “เวิ้ง” ย่าน
ส�าเพ็ง กรุงเทพมหานคร อันเป็นพื้นที่ย่านขายผ้าม้วนแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหลักฐานส�าคัญของย่าน
การค้าแรกเริ่มที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์
ปัจจุบันชาวชุมชนเลื่อนฤทธิ์ได้รวมตัวเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและได้ร่วมกันก่อตั้ง “บริษัท ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ จ�ากัด”
โดยมีเจ้าของตึกแถวแต่ละคูหาในชุมชนเป็นหุ้นส่วน ชุมชนเลื่อนฤทธิ์เป็นตัวอย่างชุมชนส�าคัญแห่งหนึ่งของประเทศ
ที่ก�าลังประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงเมืองทางกายภาพและการถูกไล่รื้อออกจากพื้นที่มานานกว่า ๑๑ ปี การรวมตัว
กันของชุมชนท�าให้ส�านักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เห็นชอบในอุดมการณ์ของชุมชนใน
การอนุรักษ์ย่านและสภาพแวดล้อม ปัจจุบันชุมชนเลื่อนฤทธิ์ได้ร่วมกับส�านักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ด�าเนิน
งานอนุรักษ์ย่าน สภาพแวดล้อมและตึกแถวอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวชุมชนเลื่อนฤทธิ์และของประเทศ นับ
ได้ว่าชุมชนเลื่อนฤทธิ์เป็นกรณีศึกษาและเป็นแบบอย่างส�าคัญยิ่งของชุมชนเข็มแข็งที่ต่อสู้กับสถานการณ์การพัฒนา
ทางกายภาพของเมืองในยุคปัจจุบัน
พื้นที่บริเวณนี้แต่เดิมเคยเป็นบ้านคุณหญิงเลื่อน ทธิ์ ปรากฏในแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๔๕๐ (ซ้าย)
และเปลี่ยนแปลงมาเป็นตึกแถวแบบตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ ๖ จากแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๔๗๕ (ขวา)
หลักฐานทางโบราณคดีที่ส�าคัญ
การศึกษาทางโบราณคดี (กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์, ๒๕๕๗) พบว่าพื้นที่ชุมชน
เลื่อนฤทธิ์ แต่เดิมเคยเป็นของคุณหญิงเลื่อน ผู้เป็นภรรยาของหลวงฤทธินายเวร
(พุด เทพหัสดิน บุตรชายของพระยาไชยสุรินทร์ เจ้าของที่ดินเดิม) ต่อมาคุณหญิง
เลื่อนขายพื้นที่นี้ให้กับกรมพระคลังข้างที่ในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ กรมพระคลังข้างที่ได้
สร้างตึกแถวเพื่อปล่อยให้เช่า ซึ่งผู้เช่ามีหลายชาติหลายภาษา ดังปรากฏแผ่นจารึก
หินแสดงระเบียบการเช่าไว้ ๓ ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
นอกจากหลักฐานทางโบราณคดีจะท�าให้เราทราบเรื่องการใช้พื้นที่ในช่วงก่อน
การสร้างตึกแถวแล้ว ยังพบว่าภายหลังจากการสร้างตึกแถวพื้นที่นี้มีความส�าคัญ
มาก เนื่องจากเป็นประตูทางเข้าออกสู่ย่านส�าเพ็ง ย่านการค้าส�าคัญชองชาวไทย
จีน ซิกข์ และฝรั่ง มีกิจการค้าหลายหลายประเภทมีผู้คนเดินขวักไขว่ (ขุนวิจิตร
มาตรา, ๒๕๔๒: ๒๔๘) มีผู้เช่าตึกแถวเป็นคนไทยเชื้อสายจีนและเชื้อสายอินเดีย
มาประกอบกิจการต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบันนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่บางหลังยังเป็นผู้เช่า
ต่อจากบรรพบุรุษมากว่า ๒ – ๓ ชั่วอายุคน ดังนั้น งานโบราณคดีจึงไม่ได้หยุดอยู่
ที่การค้นพบโบราณวัตถุสถานที่อยู่ใต้ดินแล้วเล่าเรื่องอดีตเท่านั้น หากยังศึกษาต่อ
เนื่องไปยังผู้คนในยุคหลังจากที่มีการให้เช่าตึกแถวตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ เป็นต้น
มา โดยศึกษาจากความทรงจ�าของคนในชุมชนร่วมกับชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความ
เข้าใจในรากเหง้าของตนเอง ตระหนักในคุณค่าของตน อันยังผลต่อเนื่องไปยังการ
อนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่นี้ให้ยั่งยืนต่อไป
ถนนส�าเพ็งเดิมพบในพื้นที่ชุมชนเลื่อน ทธิ์
149 ๑๔๙

