Page 190 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 190

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙


                                       นอกจากการน�าข้อมูลภูมิสารสนเทศ โดยเฉพาะแผนที่ มาใช้ส�าหรับการวางแผนเพื่อพัฒนาแล้ว ข้อมูลภูมิสารเทศยัง
                                     สามารถน�ามาประยุกต์ใช้กับงานด้านวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี พระบรมราโชวาท ตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร

                                     มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ วังท่าพระ วันที่ ๑๒ ตุลาคม
                                     พ.ศ. ๒๕๑๐ ทรงมีพระราชด�ารัส ว่า


                                         “...การศึกษาด้านศิลปะวัฒนธรรม เป็นการศึกษาที่ส�าคัญ และควรจะด�าเนิน

                                            ควบคู่กันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เพราะความเจริญของบุคคล

                                          ตลอดจนถึงความเจริญของประเทศและของโลกโดยส่วนรวมด้วยนั้น มีทั้ง

                                                ทางวัตถุและจิตใจ ความเจริญทั้งสองทางนี้จะต้องมีประกอบกัน

                                                                  เกื้อกูลและส่งเสริมกันพร้อมมูล...”




                                       จากพระบรมราโชวาทข้างต้นจะเห็นได้ว่าการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาด้านโบราณคดี
                                     นั้น มีความจ�าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องน�าวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส�าหรับการศึกษาวัฒนธรรมของ
                                     มนุษย์ในอดีต วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่นักโบราณคดีน�ามาใช้ศึกษา คือ ภูมิสารสนเทศ (Geomatics) ทั้งจาก แผนที่ รูป

                                     ถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม ซึ่งการน�าวิทยาการภูมิสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้กับงานวิจัยทางโบราณคดีนั้นจะท�าให้
                                     เกิดความรู้ความเข้าใจในภูมิประเทศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่เรียกว่า “ภูมิลักษณ์ธรรมชาติ” พัฒนาไปสู่ความรู้ใหม่ที่เกี่ยว
                                     กับภูมิประเทศที่คนท�าขึ้น ที่เรียกว่า “ภูมิลักษณ์วัฒนธรรม” ซึ่งความรู้ความเข้าใจในความสัมพันธ์ของภูมิลักษณ์ทั้งสอง
                                     แบบ จะเป็นพื้นฐานข้อมูลส�าคัญทางโบราณคดีที่ใช้เป็นหลักฐานและประจักษ์พยานแสดงให้เห็นภูมิปัญญาของผู้คนใน
                                     อดีตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เช่น การศึกษาปัจจัยการตั้งถิ่นฐาน หรือ สภาพแวดล้อมการตั้งถิ่นฐานจนถึงการน�าไปสู่การ

                                     อนุรักษ์หลักฐานทางโบราณคดี เช่น การก�าหนดขอบเขตที่ดินก�าแพงเมือง-คูเมือง เป็นต้น







                  ภูมิสารสนเทศกับงานวิจัยด้านโบราณคดี

                    “ภูมิสารสนเทศ” เป็นวิทยาการที่ว่าด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่ มี

                  เทคโนโลยีที่เป็นองค์ประกอบส�าคัญ ๓ อย่าง คือ ข้อมูลโทรสัมผัส
                  (remote sensing)  ระบบการก�าหนดต�าแหน่งสัมพันธ์กับพื้นที่โลก
                  ด้วยดาวเทียม (GPS) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) โดย
                  ข้อมูลและระบบดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ส�าคัญส�าหรับ

                  การวางแผน วิเคราะห์ พัฒนา และอนุรักษ์ ได้ทุกศาสตร์ทุกแขนง


                    ข้อมูลโทรสัมผัสกับงานโบราณคดี ข้อมูลโทรสัมผัสหรือการรับ
                  รู้จากระยะไกล เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่เป็นการประยุกต์ใช้

                  ทั้ง ศาสตร์และศิลป์ ของการได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุ พื้นที่หรือ
                  ปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนพื้นที่ผิวโลก ข้อมูลโทรสัมผัสที่ใช้กันอย่าง
                  แพร่หลาย ได้แก่ รูปถ่ายทางอากาศ และภาพจากดาวเทียม โดย
                  จะน�าใช้เพื่อการแปลความ วิเคราะห์ เพื่อสร้างเป็นแผนที่หรือฐาน

                  ข้อมูลส�าหรับการไปใช้วางแผนต่าง ๆ
                    ข้อมูลทั้งรูปถ่ายทางอากาศ และภาพจากดาวเทียม เป็นข้อมูล
                  เชิงพื้นที่ (Geo-information) บันทึกภาพที่เป็นจริงบนพื้นโลกทั้ง
                  สิ่งที่เป็นธรรมชาติ เช่น ภูมิประเทศ แม่น�้า และที่มนุษย์สร้างขึ้น

                  เช่น เขื่อน คูคลอง ถนน รวมไปถึงสิ่งที่มนุษย์ในอดีตสร้างขึ้นหลง
                  เหลือให้เห็นเป็นหลักฐานทางโบราณคดี เช่น ก�าแพงเมือง-คูเมือง
                  บาราย โบราณสถาน เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์ในอดีตสร้างขึ้นนี้
                  จัดเป็น “ภูมิลักษณ์วัฒนธรรม” การศึกษา “ภูมิลักษณ์วัฒนธรรม”

                  ผ่านกระบวนการทางข้อมูลโทรสัมผัส สิ่งส�าคัญคือความเข้าใจใน
                  ความสัมพันธ์ของภูมิลักษณ์วัฒนธรรมกับสภาพภูมิประเทศแวดล้อม
                  ที่น�าไปสู่การศึกษาทางโบราณคดีที่เรียกว่า “สภาพแวดล้อมการตั้ง
                  ถิ่นฐาน” ซึ่งเป็นประเด็นวิจัยที่ส�าคัญทางโบราณคดีที่จะช่วยตอบ

                  เรื่องราวหนึ่งของมนุษย์ในอดีตได้เป็นอย่างดี                        ภาพที่ ๑ ตัวอย่างภูมิลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ปรากฏให้เห็นบนรูปถ่ายทางอากาศ



                                                                                      190 ๑๙๐
   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195