Page 189 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 189
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
บทน�า
ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี นับจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลย
ราชสมบัติ พสกนิกรชาวไทยต่างส�านึกในพระมหากรุณานิคุณที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย และพระราชหฤทัยในการทรง
งานโดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระราชกรณียกิจที่ทรงบ�าเพ็ญและผลส�าเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ
ทั้งมวล ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลกมาโดยตลอด เมื่อกล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่
เกี่ยวกับงานด้านการพัฒนา พระองค์ทรงเล็งเห็นความส�าคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านภูมิสารสนเทศมาใช้ในการ
วางแผนพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสนเทศเชิงพื้นที่ ได้แก่ แผนที่และภาพจากดาวเทียม ดังจะได้เห็นจากทุก
ครั้งที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ พระองค์จะทรงถือแผนที่ไว้ในพระหัตถ์ตลอดเวลา นอกจาก
นี้ยังทรงสนพระราชหฤทัยที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทรงใช้เทคโนโลยีการส�ารวจข้อมูล
จากระยะไกล ทั้งรูปถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ในการวิเคราะห์ ติดตามและ
ประเมินผลการพัฒนา ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ได้อย่างมีสิทธิภาพ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยพระราชทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้แผนที่ของพระองค์
ในรายการวิทยุของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ในวันที่ ๕ ธันวาคม
พ.ศ.๒๕๒๗ ซึ่งมีกระแสพระราชด�ารัสตอนหนึ่งมาแสดง ดังนี้ (ส�านักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
(องค์การมหาชน), ๒๕๕๓)
“ท่านอาจจะถือแผนที่อยู่แผ่นหนึ่ง
แผนที่แผ่นหนึ่งของท่านนี้ค่อนข้างกว้างขวางกว่าใคร ๆ ท่านเอาแผนที่มาปะเข้า
ด้วยกันอย่างพิถีพิถัน ถือเป็นงานที่ใครจะมาแตะต้องช่วยเหลือไม่ได้เลยทีเดียว...
...เวลาที่ท่านจะเสด็จฯ ไหน ท่านต้องเตรียมแผนที่ละเอียด เริ่มตั้งแต่ตัดหัวแผนที่
ออกและเศษที่ตัดออกนั้นจะทิ้งไม่ได้เลย ท่านจะต้องจัดแล้วเอากาวแปะติดกัน
ส�านักงานของท่าน คือ ห้องกว้าง ๆ
ไม่มีเก้าอี้ เพราะจะต้องก้มอยู่กับพื้นเอากาวติดแผนที่เข้าด้วยกัน แล้วเอาหัว
กระดาษต่าง ๆ ค่อยตัดแล้วแปะเรียงกันเป็นหัวกระดาษและหัวแผนที่ใหม่ เพื่อจะ
ได้ทราบว่าแผนที่นั้นเป็นแผนที่ใหม่แผ่นใหญ่ของท่านท�าจากแผนที่จากไหนบ้าง
เพราะเวลาเสด็จฯ ไปก็ต้องไปถามชาวบ้านว่า สถานที่นั้นอยู่ไหน แล้วทางทิศ
เหนือมีอะไร ทางทิศใต้มีอะไร ท่านถามหลายคน เช็คกันไปมาระหว่างที่ถามนั้น
ก็จะดูจากแผนที่ว่า แผนที่อันนั้นถูกต้องดีหรือไม่ น�้าไหลจากไหนไปที่ไหน...”
“ท่านจะขีดเส้นส่วนที่คิดว่าเป็นที่สมควรที่จะท�าเขื่อน หรือท�าฝาย
ตรงไหนในแปลงตรงนั้น แล้วระบายสีฟ้าเป็นน�้า เป็นเขื่อนหรือถนนอะไร
ก็เอาสีแดงระบายวาดเป็นเส้นไป ท่านก็ดูอย่างใกล้ชิด เพราะว่าการท�าเขื่อนแต่ล่ะ
แห่งหมายถึงว่าต้องจ่ายงบประมาณลงไปเป็นจ�านวนมาก การจะเลือกท�าที่ไหนนั้น
ก็จะเลือกไม่เกิดความเดือดร้อนแก่ราษฎรเป็นจ�านวนมาก จะต้องหลีกเลี่ยงบริเวณ
ที่เป็นที่ตั้งบ้านเรือนและยังต้องค�านึงถึงงบประมาณความประหยัดด้วย
เพราะฉะนั้นอย่างใครเสนอโครงการมา ท่านก็จะต้องทอดพระเนตรก่อนว่า
กั้นน�้าตรงนี้ น�าจะเลี้ยงไร่นาถึงแค่ไหน และจะได้ผลผลิตคุ้มและเหมาะสม
เพียงพอ หรือว่าเป็นเหตุเป็นผลพอไหมที่จะจ่ายเงินของราษฎรเป็นจ�านวนสูง
เท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านจึงต้องดูแผนที่ และถ้ามากราบบงคมทูลว่า
ขอพระราชทานเขื่อนฝ่ายที่ไหน จะต้องทรงถามคนที่กราบบงคมทูลว่าอยู่ที่ไหน
การเดินทางเป็นอย่างไร ทิศเหนือจดอะไร ทิศใต้จดอะไร บริเวณหรือลักษณะ
เป็นอย่างไรแล้วก็ทรงก�าหนดเองในแผนที่...”
189 ๑๘๙

