Page 210 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 210

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙


                  พัฒนาการศึกษาโครงกระดูกมนุษย์ในงานโบราณคดีไทยในสมัยรัชกาลที่ ๙


                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช       โดยมือและเท้าใช้ห้อยโหนได้ มีล�าตัวตั้งตรง และเล็บ  ด่านเจดีย์สามองค์ และขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีบ้าน
                  บรมนาถบพิตร (พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๕๕๙) การศึกษา         แบน ทั้งสายพันธุ์ของลิงมีหาง ลิงไม่มีหาง และมนุษย์   เก่า จังหวัดกาญจนบุรี อย่างเป็นระบบ ได้พบหลัก
                  โครงกระดูกมนุษย์ในงานโบราณคดีไทยได้รับการ       เป็นการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางกายภาพเพื่อ     ฐานโครงกระดูกมนุษย์ โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ

                  พัฒนาขึ้นทั้งด้านวิธีวิทยาและองค์ความรู้ ในเบื้อง  เข้าใจถึงวิวัฒนาการ การเคลื่อนไหว พฤติกรรมทาง  นายแพทย์ สุด แสงวิเชียร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาย
                  ต้นสามารถจ�าแนกพัฒนาการศึกษาโครงกระดูก          สังคมของไพรเมทสายพันธุ์ต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม  แพทย์ หม่อมราชวงศ์วีรพันธุ์ ทวีวงศ์, แพทย์หญิง
                  มนุษย์ในงานโบราณคดีไทยได้เป็น ๓ ระยะด้วย        สายพันธุ์บรรพบุรุษของมนุษย์ (งามพิศ สัตย์สงวน,   เพทาย ศิริการุณ, นักศึกษาแพทย์ สรรใจ แสงวิเชียร
                  กันคือ ๑. ระยะเริ่มต้น ในช่วงก่อน พ.ศ. ๒๕๑๕     ๒๕๓๗: ๖ - ๑๑)                                   และนักศึกษาแพทย์ เมษยน เผื่อนปฐม จากภาควิชา

                  ๒. ระยะที่สอง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ - ๒๕๔๐ และ        (๒) การศึกษาด้านโบราณมานุษยวิทยาของ           กายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
                  ๓. ระยะปัจจุบัน ตั้งแต่หลัง พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมา   มนุษย์สายพันธุ์ปัจจุบัน (Homo sapiens sapiens)   เข้าร่วมการขุดค้นขุดแต่งโครงกระดูก (สรรใจ แสง
                                                                  จากหลักฐานซากและโครงกระดูกมนุษย์ที่พบจาก        วิเชียร, ๒๕๕๑: ๑๔) ซึ่งต่อมาได้น�าโครงกระดูกเหล่า
                  ๑. ระยะเริ่มต้น (ก่อน พ.ศ. ๒๕๑๕)                การด�าเนินงานทางโบราณคดี หรือการศึกษาโครง       นี้ไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการของพิพิธภัณฑสถานแห่ง

                    ดังที่กล่าวข้างต้น การศึกษาโครงกระดูกของไทยมี  กระดูกในงานโบราณคดี เพื่อตอบค�าถามที่เกี่ยวข้อง  ชาติโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และตีพิมพ์เผย
                  พัฒนาการเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๖ และภายหลังจาก  กับลักษณะความเหมือนและความต่างทางกายภาพ        แพร่งานเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ (Sangvichien et al., 1969)
                  ที่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุด แสงวิเชียร   สภาพแวดล้อม การปรับตัว ฯลฯ ของมนุษย์ในสาย     นับเป็นรายงานฉบับแรกของการศึกษาวิเคราะห์โครง
                  ศึกษาจบและกลับมาท�างานที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์   พันธุ์เดียวกันแต่มีความหลากหลายทั้งทางกายภาพ   กระดูกมนุษย์จากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย

                  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖      พันธุกรรม และวัฒนธรรม เช่น ประชากรยุคก่อน         หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการสอนกายวิภาคศาสตร์
                  อาจารย์ได้อุทิศตนให้กับงานกายวิภาคศาสตร์และ     ประวัติศาสตร์ในไทยกับในจีน หรือประชากรยุค       ของโครงกระดูกมนุษย์ให้กับนักศึกษาคณะโบราณคดี
                  มานุษยวิทยากายภาพ ทั้งงานเขียนต�าราวิชาการ      ก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับ     โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ สุด แสง
                  การเตรียมตัวอย่างเพื่อการเรียนการสอน และการ     ภาคกลาง                                         วิเชียร เป็นผู้สอน และรับช่วงการสอนต่อโดยผู้ช่วย

                  รวบรวมตัวอย่างโครงกระดูกมนุษย์ปัจจุบันส�าหรับการ    (๓) การศึกษามนุษย์ปัจจุบัน เพื่อเปรียบเทียบ  ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์วีรพันธุ์
                  วิจัย รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้นักศึกษา  ลักษณะทางกายภาพทั้งด้วยการวัดขนาดและสัดส่วน  ทวีวงศ์ หลังส�าเร็จการศึกษาด้านมานุษยวิทยากายภาพ
                  แพทย์หรือแพทย์ชาวไทยผู้สนใจงานด้านมานุษยวิทยา   ของมนุษย์ (anthropometry) การสังเกตรูปทรง การ   ที่มหาวิทยาลัยอะดิเลด (University of Adelaide)
                  กายภาพ ได้แก่ การศึกษาปริมาตร, Cranial module,   ปรากฏขึ้นของลักษณะต่าง ๆ (anthroposcopy) รวม   ประเทศออสเตรเลีย ส�าหรับศาสตราจารย์เกียรติคุณ

                  ขนาด, และ Indices ในกะโหลกคนไทยและคนจีน โดย     ถึงข้อมูลพันธุกรรม เช่น หมู่เลือด ดีเอ็นเอ ว่ากลุ่ม  นายแพทย์สุด แสงวิเชียร ภายหลังเกษียณอายุราชการ
                  ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เธียร อุทยานัง (๒๔๙๖) และ  คนแต่ละเชื้อชาติหรือกลุ่มชาติพันธุ์ มีความเหมือน   เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ ท่านก็ได้ออกส�ารวจและขุดค้นด้วย
                  การศึกษากะโหลกคนไทย (การศึกษาทางมานุษยวิทยา     คล้ายคลึง หรือต่างกันอย่างไรทางกายภาพ รวมถึง    ตนเองโดยเฉพาะที่จังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี เริ่ม
                  กายภาพ) โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์สรรใจ แสง        การศึกษาลักษณะหรือสัณฐานของกระดูกและร่างกาย     เก็บโบราณวัตถุ กระดูกคน และกระดูกสัตว์ไว้จัดแสดง

                  วิเชียร (๒๕๑๔) เป็นต้น                          มนุษย์ ส�าหรับประยุกต์ใช้กับการออกแบบต่าง ๆ ที่  บริเวณที่ต่อเติมใหม่ในชั้นล่างของตึกกายวิภาคศาสตร์
                    มานุษยวิทยากายภาพ (physical/ biological an-   เกี่ยวข้อง เช่น รูปทรงเก้าอี้ แบบรองเท้า เสื้อผ้า และ  เพื่อจัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการก่อน
                  thropology) เป็นหนึ่งในสาขาหลักของมานุษยวิทยา   โดยเฉพาะเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการประเมินอัต    ประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร” ส�าหรับใช้เป็นสถานที่
                  เป็นวิชาที่ศึกษามนุษย์ด้วยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์   ลักษณ์บุคคลของศพนิรนาม คืออายุประเมินเมื่อตาย   เรียนและห้องปฏิบัติการส�าหรับการวิจัยทางด้านก่อน

                  ในฐานะที่มนุษย์เป็นสายพันธุ์ (species) หนึ่งใน  เพศ ส่วนสูง เชื้อชาติ และสาเหตุการตาย ในการศึกษา  ประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยากายภาพ (สรรใจ แสง
                  อาณาจักรสัตว์ (animal kingdom) ตามล�าดับอนุกรม  นิติเวชศาสตร์หรือนิติมานุษยวิทยา (forensic anthro-  วิเชียร, ๒๕๕๑: ๑๕ - ๑๖)
                  วิธานทางชีววิทยา (สรรใจ แสงวิเชียร, ๒๕๕๐: ๘)    pology) เป็นต้น (สรรใจ แสงวิเชียร, ๒๕๕๑: ๑๐)      นับได้ว่าระยะแรกของการศึกษาในสมัย
                  ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพและวิวัฒนาการ                                                      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

                  ทางกายภาพของมนุษยชาติ รวมทั้งศึกษาหาความแตก       ระยะเริ่มต้นของการศึกษาโครงกระดูกมนุษย์พบว่า  บรมนาถบพิตร งานเริ่มต้นเป็นงานด้านมานุษยวิทยา
                  ต่างและความคล้ายคลึงกันทางกายภาพของประชากร      ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาด้านมานุษยวิทยากายภาพใน     กายภาพโดยเน้นการศึกษาโครงกระดูกมนุษย์ปัจจุบัน
                  มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลกในสมัย  กลุ่มตัวอย่างของมนุษย์ปัจจุบันเป็นหลัก เพื่อประโยชน์  เพื่อประโยชน์ด้านการแพทย์เป็นส�าคัญ อย่างไรก็ดี
                  ปัจจุบัน (งามพิศ สัตย์สงวน, ๒๕๓๗: ๔)            ด้านการเรียนการสอนทางกายวิภาคและการแพทย์ กับ    ภายหลัง พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงเริ่มมีการประยุกต์องค์ความ

                    มานุษยวิทยากายภาพมีขอบเขตการศึกษากว้าง        อีกเหตุผลส�าคัญประการหนึ่งคืองานโบราณคดียุคก่อน  รู้ดังกล่าวมาใช้วิเคราะห์หลักฐานซากหรือโครงกระดูก
                  เพราะเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางกายภาพของมนุษย์    ประวัติศาสตร์ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้นด้วย  มนุษย์ในทางโบราณคดี โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ
                  ทุกด้าน เพื่อตอบค�าถามที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ใน ๓   เช่นกัน แม้ว่ามีการเรียนการสอนวิชาโบราณคดียุคก่อน  นายแพทย์ สุด แสงวิเชียร เป็นปูชนียบุคคลส�าคัญของ
                  สาระส�าคัญคือ                                   ประวัติศาสตร์ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร   งานกายวิภาคศาสตร์และมานุษยวิทยากายภาพ ในการ

                    (๑) ก�าเนิดและวิวัฒนาการของมนุษย์ (human      ภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์ ชิน อยู่ดี ตั้งแต่ พ.ศ.   ศึกษาตัวอย่างโครงกระดูกสมัยปัจจุบันและการศึกษา
                  evolution) เป็นการศึกษาด้านโบราณมานุษยวิทยา     ๒๔๙๘ ก็ตาม แต่ยังไม่มีการขุดค้นพบหลักฐานโครง    ทางโบราณคดี น�ามาซึ่งการตื่นตัวมากขึ้นทั้งการศึกษา
                  (paleoanthropology) ของสายพันธุ์มนุษย์ที่สูญพันธุ์  กระดูกมนุษย์ในแหล่งโบราณคดีของไทย ตราบจน    โครงกระดูกมนุษย์และเรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์
                  ไปแล้วจากหลักฐานประเภทซากบรรพ์ชีวิน ร่วมกับ     พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๐๕ การส�ารวจขุดค้นเรื่องราวก่อน   ในประเทศไทย อันเป็นรากฐานมั่นคงส�าหรับพัฒนาการ

                  ล�าดับของชั้นหินกับชั้นดินทางธรณีวิทยา รวมถึงการ  ประวัติศาสตร์ไทย-เดนมาร์ก ที่มีศาสตราจารย์ ชิน   ระยะต่อมา ระยะที่มีความหลากหลายทั้งประเด็น
                  ศึกษาไพรเมทวิทยา (primatology) ในกลุ่มสัตว์เลี้ยง  อยู่ดี เป็นผู้อ�านวยโครงการร่วมชาวไทย ส�ารวจแหล่ง  ปัญหาและเทคนิควิธีการศึกษา
                  ลูกด้วยนมที่มีการปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ดีบนต้นไม้   โบราณคดีตามล�าน�้าแควน้อยตั้งแต่เมืองกาญจนบุรีถึง





                                                                                      210 ๒๑๐
   205   206   207   208   209   210   211   212   213   214   215