Page 157 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 157
ไปยังฝั่งตะวันออกได้หลำยเส้นทำง (หรือจำกไทรบุรีไปสงขลำ) หรือแล่นผ่ำน
ช่องแคบมะละกำและซุนดำไปยังอ่ำวไทย
ต่อมำในช่วงสมัยหลังยุคเหล็กของอินเดียหรือสมัยอินโด-โรมัน
(พุทธศตวรรษที่ ๕ – ๙) ซึ่งเป็นช่วงที่มีกำรติดต่อค้ำขำยกับอำณำจักรโรมัน
อย่ำงเป็นล ่ำเป็นสันรวมทั้งมีกำรตั้งถิ่นฐำนของชำวโรมันในอินเดียภำคใต้ด้วย
โดยเฉพำะบริเวณเมืองท่ำทั้งฝั่งตะวันตก (ศูรปำรกะ ภรุกัจฉะ มุฉิริ) และด้ำน
ฝั่งตะวันออก (อริกเมฑุและกำเวริปัฏฏินัม) จำกเมืองท่ำดังกล่ำวพ่อค้ำอินเดีย
(อำจรวมทั้งพ่อค้ำโรมันและพ่อค้ำชำวศกะ) สำมำรถแล่นเรือเลียบชำยฝั่งไป
ค้ำขำยยังดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้
หลักฐานทางวรรณกรรม
ชื่อเรียกดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ค่อนข้ำงแน่นอนปรำกฏใน
มหำกำพย์รำมำยณะ (บันทึกเรื่องรำวช่วง ๓๐๐ ปีก่อน ค.ศ. และต่อเติมใน
ค.ศ. ๒๐๐) ในชื่อว่ำ “สุวรรณทวีป” หมำยถึง คาบสมุทรทองค า หรือ
“สุวรรณภูมิ” ซึ่งหมำยถึง ดินแดนแห่งทอง โดยกล่ำวว่ำพ่อค้ำอินเดีย
เดินทำงมำติดต่อค้ำขำยกับกลุ่มประเทศทำงตะวันออกตั้งแต่พุทธกำล คัมภีร์
ปุรำณะ (ฉบับปัจจุบันมีอำยุอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๓ – ๕) กล่ำวถึง
นักเดินเรือชำวอินเดียที่เดินทำงไปยังชำยฝั่งของดินแดนเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ และกล่ำวว่ำพ่อค้ำชำวอินโดนีเซียไปแวะชำยฝั่งทะเลของอินเดียด้วย
วรรณกรรมทำงพุทธศำสนำ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งชำดกและมิลินท
ปัญหำและมหำนิเทศ (คัมภีร์พุทธศำสนำภำษำบำลี ซึ่งมีอำยุอยู่ในรำว
คริสต์ศตวรรษที่ ๓) และนิยำยของศำสนำเซนมักจะกล่ำวถึงพวกพ่อค้ำที่ชอบ
แล่นเรือไปค้ำขำยทำงทิศตะวันออกซึ่งรู้จักกันในนำมว่ำ “สุวรรณภูมิ หรือ
สุวรรณทวีป” ซึ่งเป็นดินแดนแห่งทองนั่นคือดินแดนที่มั่งคั่งมำก ถ้ำผู้ใด
ต้องกำรแสวงโชคและควำมร ่ำรวยจะต้องเดินทำงไปยังดินแดนแห่งนี้
ชำดกต่ำงๆ เป็นต้นว่ำ
[๑๔๖]

