Page 155 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 155
แบบโรมันและอินโด-โรมันถูกส่งไปขำยยังเมืองท่ำหรือศูนย์กลำงกำรค้ำขำยใน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๕- ๙
นอกจำกนั้นยังได้พบสินค้ำมีค่ำของโรมันในแหล่งโบรำณคดีด้ำน
ตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณพรมแดนอินโด-ปำกีสถำน ซึ่งมีเส้นทำงกำรค้ำทำง
บกที่ส ำคัญจำกโลกตะวันตกไปยังประเทศจีน คือเส้นทำงแพรไหมจำกเมือง
อเล็กซำนเดรียมำอินเดียและต่อไปจีน โดยกองคำรำวำนจะขนสินค้ำมีค่ำมำ
และซื้อสินค้ำส ำคัญของจีนคือผ้ำไหม ซึ่งชำวโรมันชั้นสูงคลั่งไคล้กันมำก
เมืองส ำคัญที่ขบวนสินค้ำต้องผ่ำนและแวะพักคือเมืองตักษิลำ (ใกล้รำวันปินดี
ในปำกีสถำน) และเมืองเบครำม (๕๐ ไมล์ทำงเหนือของคำบูลใน
อัฟกำนิสถำน) สินค้ำจำกอำณำจักรโรมันที่พบในบริเวณเมืองท่ำทั้งสองคือ
พวกเครื่องแก้วที่งดงำมจำกซีเรีย ภำชนะส ำริด ประติมำกรรมส ำริดรูปเทพ
ของโรมันจำกเมืองอเล็กซำนเดรีย
โบรำณวัตถุที่พบมำกจำกกำรขุดค้นแหล่งโบรำณคดีที่เคยเป็นเมือง
ท่ำค้ำขำยติดต่อกับโรมัน และมีกำรตั้งถิ่นฐำนของชำวโรมันคือภำชนะดินเผำ
๔ ประเภท คือภำชนะดินเผำสีแดงมันวำวตกแต่งด้วยลำยประทับ (Arretine
ware) ไหแบบกรีก-โรมันที่ใช้บรรจุเหล้ำไวน์หรือน ้ำมันมะกอก (amphora)
ภำชนะดินเผำตกแต่งด้วยเทคนิคกำรกดเป็นร่องด้วยซี่ฟันเฟืองบนผิวภำชนะ
(roulette ware) และตะเกียงโรมัน (Raman lamp) นอกนั้นยังขุดพบพวก
ลูกปัดโรมัน (Roman glass beads) ทั้งแบบลูกปัดแก้วมีแถบสี (striped
beads) และลูกปัดมีตำ (eye beads) และหัวแหวนสลักจำกหินมีค่ำ (intaglios)
อีกด้วย
การติดต่อค้าขายกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กำรติดต่อกันทำงบกนั้นพ่อค้ำชำวอินเดียสำมำรถเดินทำงผ่ำน
แคว้นเบงกอลตะวันออก แคว้นอัสสัมและแคว้นมณีปุระ แล้วผ่ำนพม่ำเข้ำไป
ยังกลุ่มประเทศทำงตะวันออกไกลได้ กำรติดต่อกันทำงบกคงจะมีนำนแล้ว
ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศำสตร์
[๑๔๔]

