Page 204 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 204

นอกจำกนี้อิทธิพลพุทธศำสนำจำกบริเวณลุ่มแม่น ้ำกฤษณำ
               ภำยใต้กำรปกครองของรำชวงศ์อิกษวำกุแห่งเมืองนำคำรชุณโกณฑะ ก็ได้
               ปรำกฏในบริเวณนี้ด้วย ดังได้พบพระพุทธรูปทั้งที่สลักจำกศิลำและที่หล่อจำก
               ส ำริดจ ำนวนหนึ่งคือ พระพุทธรูปพบที่อ ำเภอพุนพิน จังหวัด สุรำษฎร์ธำนี
               อีกองค์หนึ่งพบที่อ ำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนรำธิวำส และพระพุทธรูปส ำริดที่
               อ ำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมรำช (รำวพุทธศตวรรษที่ ๑๑)

                         ๑.๒  ฉีตูหรือเชียะโท้ว
                         นอกจำกเตียนซุนแล้ว รัฐโบรำณที่ส ำคัญมำกอีกรัฐหนึ่งที่ปรำกฏ
               ในบันทึกของจีนด้วยเช่นกัน คือ ฉีตูหรือเชียะโท้ว (แปลตำมรูปศัพท์แปลว่ำ

               เมืองที่มีดินสีแดง) จดหมำยเหตุจีนสมัยรำชวงศ์สุย (พ.ศ. ๑๑๓๑ - ๑๑๖๐) ได้
               บันทึกไว้ว่ำกษัตริย์จีนได้ส่งรำชทูตไปเจริญทำงสัมพันธไมตรีกับรัฐเชียะโท้ว
               ในปี พ.ศ.๑๑๕๐ โดยคณะทูตได้ลงเรือส ำเภำที่ท่ำเรือน ่ำไฮ้ (ปัจจุบันคือเมือง
               กวำงตุ้ง) ใช้เวลำเดินทำงกว่ำ ๑๐๐ วัน เมื่อถึงเขตแดนของรัฐแล้ว เรือของทูต
               ต้องถูกลำกจูงไปตำมล ำน ้ำเป็นเวลำกว่ำหนึ่งเดือนจึงจะเข้ำไปถึงนครหลวง
               ของรัฐเชียะโท้ว รัฐนี้มีอำณำเขตกว้ำงขวำงหลำยพันลี้ ( ๑ ลี้ = ๕๗๖ เมตร)
               ทิศเหนือจดทะเลใหญ่ ทิศใต้จดรัฐโฮโลตัน (รัฐกลันตัน)
                         รำยละเอียดเกี่ยวกับรัฐเชียะโท้วนอกจำกจะปรำกฏอยู่ในสุยชู
               (จดหมำยเหตุจีนสมัยรำชวงศ์สุย) แล้ว ยังปรำกฏอยู่ในตุงเตียน (พงศำวดำร
               จีนสมัยรำชวงศ์ถัง) และไท-ปิง-ยู-ลัน (พงศำวดำรจีนสมัยรำชวงศ์ซุ่ง) และ
               เวน-เฮียน-ตุง-เกำ ของม้ำตวนหลิน ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงปลำยรำชวงศ์ซุ่ง - ต้น
               รำชวงศ์หยวน โดยอ้ำงมำจำกตุงเตียน ดังมีรำยละเอียดต่อไปนี้
                         “พระเจ้ำกรุงเชียะโท้ว ประทับอยู่ในนครเส็งชี (สิงหปุระ)
               พระรำชวังมีประตูถึง ๓ ชั้น แต่ละชั้นอยู่ห่ำงกันร้อยก้ำว แต่ละประตูมี
               ภำพเขียนเป็นภำพเทวดำเหำะ ภำพพระโพธิสัตว์ และเทพยดำอื่นๆ ตำม
               ประตูแขวนดอกไม้ทองและระฆังเล็กๆ มีพนักงำนหญิงหลำยสิบคนท ำหน้ำที่
               ประโคมดนตรีหรือถือดอกไม้ทองค ำและเครื่องประดับต่ำงๆ มีผู้ชำยสี่คน (แต่ง




                                         [๑๙๓]
   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208   209