Page 201 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 201

๑.๑  เตียนซุนหรือตุนซุน
                         ในบรรดำรัฐโบรำณที่กล่ำวถึงในบันทึกของจีน นับว่ำรัฐเตียนซุน
               มีควำมเก่ำแก่ที่สุด เป็นเมืองโบรำณที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๘
               (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๓) เรื่องรำวเกี่ยวกับรัฐเตียนซุนปรำกฏในจดหมำยเหตุ
               จีนสมัยรำชวงศ์เหลียง (พ.ศ. ๑๐๔๕ - ๑๐๙๙) ซึ่งอ้ำงอิงมำจำกบันทึกของ
               รำชทูตจีนสมัยสำมก๊ก ๒ ท่ำน คือ คังไถ และจูยิง  (พ.ศ. ๗๙๐ - ๗๙๕)
                                                      ๔
               ซึ่งบันทึกเรื่องรำวเกี่ยวกับรัฐเตียนซุนว่ำตั้งอยู่ในคำบสมุทรมลำยู เป็นรัฐที่มี
               ขนำดใหญ่และมีอ ำนำจทำงกำรเมืองมำกกว่ำรัฐอื่นๆ โดยมีอำณำเขตทะเลทั้ง
               สองฟำก จึงสำมำรถควบคุมเส้นทำงค้ำขำยข้ำมคำบสมุทร (มหำสมุทรอินเดีย
               และมหำสมุทรแปซิฟิก) จัดเป็นศูนย์กลำงกำรค้ำที่ใหญ่มำก คลังสินค้ำของ

               เตียนซุนมีสินค้ำทุกประเภท
                         เรื่องรำวเกี่ยวกับรัฐเตียนซุนนอกจำกจะปรำกฏอยู่ในจดหมำย
               เหตุจีนสมัยรำชวงศ์เหลียงแล้ว ยังปรำกฏอยู่ในตุงเตียน (พงศำวดำรจีนสมัย
               รำชวงศ์ถังซึ่งเขียนขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๔) และใน ไท-ปิง-ยู-ลัน
               (พงศำวดำรจีนสมัยรำชวงศ์ซุ่ง ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๖
               โดยอ้ำงอิงจำกพงศำวดำรจีนรำชวงศ์ถัง) ดังมีรำยละเอียดต่อไปนี้





                       ๔  คังไถและจูยิงเป็นทูตจำกรำชส ำนักจีนที่เดินทำงไปเจริญทำงสัมพันธไมตรีกับ
               อำณำจักรฟูนันเป็นกำรตอบแทนที่ฟูนันเคยส่งทูตไปจีนหลำยครั้งแล้วที่รำชส ำนักของ
               อำณำจักรฟูนันทูตจีนทั้งสองได้พบกับทูตชำวอินเดีย ซึ่งเป็นทูตของรำชวงศ์มุรุณฑะที่
               ปกครองลุ่มแม่น ้ำคงคำในขณะนั้น ทูตจีนทั้งสองได้สอบถำมเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม
               ประเพณีของชำวอินเดียและในช่วงเดินทำงกลับประเทศจีนนั้นทูตทั้งสองได้บันทึกเรื่องรำว
               เกี่ยวกับเมืองหรือรัฐโบรำณในแถบทะเลใต้ (รวมคำบสมุทรมำเลย์) ที่ท่ำนทั้งสองได้แวะพัก
               หรือได้ยินได้ฟังมำจำกนักเดินทำงอื่นๆ แม้ว่ำต้นฉบับเดิมของทูตทั้งสองจะสูญหำยไป แต่มี
               กำรอ้ำงอิงไว้ในจดหมำยเหตุและพงศำวดำรรุ่นหลังๆ


                                         [๑๙๐]
   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206