Page 205 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 205
กำยเหมือนเซี่ยวกำงที่ยืนเฝ้ำอยู่สี่ด้ำนของพระเจดีย์ในพุทธศำสนำ) ยืนเฝ้ำ
ประตูวัง พวกที่ยืนเฝ้ำอยู่นอกประตูวังถืออำวุธหลำยชนิด อำคำรต่ำงๆ ภำยใน
พระรำชวังประกอบด้วยพระที่นั่งจ ำนวนหลำยหลังติดต่อกัน ทุกหลังมีประตู
ทำงเข้ำอยู่ทำงทิศเหนือ พระเจ้ำแผ่นดินประทับอยู่บนพระแท่นที่มี ๓ ชั้น
แต่งพระองค์ด้วยผ้ำสีกุหลำบ มีรัดเกล้ำเป็นดอกไม้ทองค ำ มีสร้อยพระศอ
ประดับเพชร มีพนักงำนหญิงเฝ้ำทั้งซ้ำยและขวำด้ำนละ ๔ คน มีทหำรรักษำ
พระองค์กว่ำร้อยคน ด้ำนหลังแท่นที่ประทับมีแท่นบูชำท ำด้วยไม้บุทองค ำและ
เงิน (ไม้ที่ใช้เป็นไม้หอมชนิดต่ำงๆ ๕ ชนิด) ด้ำนหลังแท่นบูชำมีโคมไฟทองค ำ
แขวนอยู่ ด้ำนข้ำงพระแท่นที่ประทับมีกระจกเงำแท่นละ ๑ บำน หน้ำกระจก
เงำมีหม้อน ้ำโลหะซึ่งมีกระถำงธูป (ท ำด้วยทองค ำ) วำงอยู่ด้วย หน้ำกระถำง
ธูปมีวัวทองค ำหมอบอยู่ มีผ้ำปักด้วยเพชรพลอยและมีพัดโบกวำงอยู่สองข้ำง
มีพรำหมณ์นับร้อยนั่งเรียงกันเป็นสองแถว หันหน้ำเข้ำหำกันทั้งทำงด้ำน
ตะวันออกและด้ำนตะวันตก มีข้ำรำชกำรชั้นผู้ใหญ่หลำยระดับ ตั้งแต่ระดับสูง
ที่ปกครองดูแลเมืองหลวง ส่วนระดับหัวเมืองจะมีนำยก ๑ ท่ำน และบดี
๑๐ ท่ำน
ประชำชนนับถือพุทธศำสนำแต่มีควำมเคำรพพวกพรำหมณ์
มำก ประชำชนทั้งชำยหญิงจะเจำะหู ผู้ชำยตัดผม ส่วนผู้หญิงจะเกล้ำผมไว้
เพียงต้นคอ ทั้งหญิงชำยทอผ้ำนุ่งห่มเอง ส่วนใหญ่เป็นสีกุหลำบและสีพื้น นิยม
ทำตัวด้วยน ้ำมันหอม แม้ว่ำชนชั้นสูงจะมีอ ำนำจมำก แต่ก็ต้องขออนุญำตจำก
กษัตริย์ก่อนที่จะท ำจี้ทองค ำใช้ ส ำหรับประเพณีกำรแต่งงำน ต้องหำวันมงคล
วันหนึ่งและก่อนวันมงคล ๕ วัน ผู้ใหญ่ฝ่ำยเจ้ำสำวเป็นผู้จัดงำนและเลี้ยงดู
ญำติมิตร และบิดำของเจ้ำสำวจะจับมือเจ้ำสำวและยกให้ผู้เป็นลูกเขย และ
วันที่ ๗ พิธีกรรมต่ำงๆ จึงสิ้นสุดลงนับว่ำคู่บ่ำวสำวได้เป็นสำมี-ภรรยำกันแล้ว
มีกำรแบ่งทรัพย์สมบัติให้ครอบครัวใหม่ และมีกำรสร้ำงใหม่ให้คู่สำมี-ภรรยำ
แยกออกไปอยู่ต่ำงหำก ยกเว้นบุตรชำยคนสุดท้องจะต้องอยู่กับบิดำ-มำรดำ
ส่วนประเพณีกำรปลงศพนั้น หำกบิดำมำรดำหรือญำติพี่น้องเสียชีวิต
ลูกหลำนผู้ชำยจะโกนหัว และจะน ำไม้ไผ่มำสร้ำงเป็นแคร่และยกขึ้นสูงเหนือน ้ำ
[๑๙๔]

