Page 198 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 198

ต่อจำกนั้นค ำว่ำ “ศรีวิชัย” ก็เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ทั้งในทำง
               ประวัติศำสตร์ในชื่อของ “อำณำจักรศรีวิชัย” และในทำงประวัติศำสตร์ศิลปะ
               ในชื่อของ “ศิลปะแบบศรีวิชัย”
                       ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ มีความเห็นว่าศูนย์กลางของ
               อาณาจักรศรีวิชัยซึ่งเจริญขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๘ นั้นอยู่ที่
               เมืองปาเล็มบังเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย โดยอาณาจักรนี้

               จีนมักจะเรียกว่า ชิลิโฟชิ (Shih-li-fo-shih) หรือโฟชิ (Fo-shih)
                       อำร์ ซี มำจุมดำร์ นักประวัติศำสตร์และโบรำณคดีชำวอินเดียมี
               ควำมเห็นว่ำระยะแรกศูนย์กลำงของอำณำจักรศรีวิชัยอยู่บนเกำะชวำ แล้ว
               ต่อมำย้ำยไปยังเมืองโบรำณนครศรีธรรมรำช ประเทศไทย
                       ควอริทช์ เวลส์ นักประวัติศำสตร์ชำวอังกฤษผู้มีควำมสนใจทำง
               ประวัติศำสตร์และโบรำณคดีของภูมิภำคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินทำง
               ไปส ำรวจแหล่งโบรำณคดีที่ส ำคัญๆ ในภูมิภำคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วมี
               ควำมเห็นว่ำศูนย์กลำงของอำณำจักรศรีวิชัยควรจะตั้งอยู่ที่เมืองโบรำณไชยำ
               จังหวัดสุรำษฏร์ธำนี ประเทศไทย
                       หม่อมเจ้ำจันทร์จิรำยุ รัชนี ผู้ซึ่งได้ศึกษำเรื่องทิศทำงลมมรสุมและ
               สภำพภูมิศำสตร์โดยน ำไปเปรียบเทียบกับกำรเดินทำงไปสืบศำสนำพุทธตำม
               บันทึกกำรเดินทำงของหลวงจีนอี้จิง และได้สรุปว่ำ ศูนย์กลำงของอำณำจักร
               ศรีวิชัยควรอยู่ที่เมืองโบรำณไชยำ จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี ประเทศไทย ส่วน
               ซึกโมโน นักโบรำณคดีชำวอินโดนีเซียมีควำมเห็นว่ำศูนย์กลำงของอำณำจักร
               ศรีวิชัยอยู่ที่เมืองจัมบี (ชัมพิ) ในเกำะสุมำตรำ ประเทศอินโดนีเซีย
                       อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี
               ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าอาณาจักรศรีวิชัยมีลักษณะเป็นสหพันธรัฐซึ่งมี
               หลายศูนย์กลาง ศูนย์กลางส าคัญน่าจะเคยตั้งอยู่ในบริเวณภาคใต้ของ
               ประเทศไทย โดยเพาะบริเวณเมืองไชยา - นครศรีธรรมราชและในบาง
               ช่วงน่าจะตั้งอยู่บนเกาะสุมาตราที่บริเวณเมืองปาเล็มบังและเมืองจัมบี





                                         [๑๘๗]
   193   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203