Page 197 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 197

ส ำหรับกำรแบ่งส่วนกำรปกครองในรัฐทวำรวดีนั้น อำจกล่ำวได้ว่ำ
               หลักฐำนที่เป็นรูปธรรมที่ให้ข้อมูลด้ำนนี้คือข้อควำมจำกจำรึกบนฐำน
               พระพุทธรูปแบบทวำรวดีที่พบที่วัดมหำธำตุ เมืองลพบุรี ที่กล่ำวถึงกำรสร้ำง
               พระพุทธรูปโดยเจ้ำเมืองซึ่งเป็นโอรสของกษัตริย์ ย่อมสื่อควำมหมำยได้ว่ำมี
               กำรแบ่งส่วนกำรปกครองออกเป็นหลำยเขต แต่ละเขตยังคงขึ้นตรงต่อ
               ส่วนกลำงโดยกษัตริย์จะส่งตัวแทนมำปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเจ้ำชำย
               รัชทำยำท โดยต ำแหน่งเหล่ำนี้มักมีชื่อต ำแหน่งที่ต่อท้ำยด้วยค ำว่ำ ปติ (pati)
               ซึ่งแปลว่ำผู้เป็นใหญ่ คือหัวหน้ำหรือเจ้ำเมืองผู้มีอ ำนำจสูงสุดในกำรปกครอง
               ระดับเมืองที่มีกำรแบ่งส่วนรำชกำรเป็นส่วนต่ำงๆ ที่คล้ำยคลึงกับรูปแบบกำร
               ปกครองของชำวอินเดีย แต่อำจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่ำงกันไปตำมควำม
               เหมำะสม และเมืองลพบุรีคงมีฐำนะเป็นเมืองลูกหลวง ในขณะที่เมืองอู่ทอง
               เป็นเมืองหลวงรุ่นแรก (พุทธศตวรรษที่ ๙ - ๑๒) และเมืองนครปฐมโบรำณ
               เป็นเมืองหลวงรุ่นหลัง (พุทธศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๖) โดยวิเครำะห์ตำมหลักฐำน

               ทำงโบรำณคดี ด้ำนจำรึก ด้ำนเหรียญกษำปณ์ และด้ำนศิลปกรรมที่พบใน
               เมืองทั้งสอง (ดังได้กล่ำวไว้แล้ว)

               ก าเนิดและพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในสมัยศรีวิชัย
                       ค ำว่ำ “ศรีวิชัย” ได้เริ่มปรำกฏขึ้นในประวัติศำสตร์และโบรำณคดีของ
               ไทยเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ โดยศำสตรำจำรย์ยอร์ช เซเดส์ เป็นผู้
               บัญญัติขึ้น เนื่องจำกท่ำนได้อ่ำนศิลำจำรึกจำกวัดเสมำเมือง อ ำเภอเมือง
               จังหวัดนครศรีธรรมรำช (ต่อมำให้หมำยเลขเป็นศิลำจำรึกหลักที่ ๒๓ ใน
               หนังสือ “ประชุมศิลำจำรึกภำคที่ ๒ : จำรึกทวำรวดี ศรีวิชัย ละโว้” ของ
               ศำสตรำจำรย์ยอร์ช เซเดส์ ซึ่งได้ตีพิมพ์ใน พ.ศ. ๒๔๗๒ แต่มีข้อขัดแย้งว่ำ
               ศิลำจำรึกหลักนี้เดิมอยู่ที่วัดเวียง อ ำเภอไชยำ จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี) และท่ำน
               ได้ตีพิมพ์บทควำมเกี่ยวกับศิลำจำรึกหลักนี้ใน พ.ศ. ๒๔๖๑ โดยให้ชื่อ
               บทควำมว่ำ “Le royaume de Çrivijaya” ตีพิมพ์ในวำรสำร BEFEO (Bullettin
               de L’Ecole Française d’Extrême Orient) เล่มที่ ๑๘




                                         [๑๘๖]
   192   193   194   195   196   197   198   199   200   201   202