Page 222 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 222
สรุป
หลักฐำนด้ำนเอกสำร (ส่วนใหญ่เป็นบันทึกของจีน) หลักฐำนด้ำน
โบรำณคดี หลักฐำนด้ำนจำรึก ตลอดจนหลักฐำนด้ำนศิลปกรรม ได้น ำไปสู่
ข้อสรุปว่ำ คาบสมุทรภาคใต้ของไทย (ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก)
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส มีร่องรอยการตั้ง
ถิ่นฐานของชุมชนก่อนสมัยศรีวิชัย (ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๓) และตั้งแต่
พุทธศตวรรษที่ ๘-๙ เป็นต้นไปหรือก่อนหน้ำนั้นได้มีกำรตั้งนิคมกำรค้ำของ
ชำวอินเดีย ซึ่งหลำยแห่งได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นถึงระดับเมือง และมีบทบำทเป็น
เครือข่ำยกำรค้ำโลก (ระหว่ำงโลกตะวันตกและโลกตะวันออก) ร่วมสมัยกับ
สมัยอินโด - โรมันของอินเดีย (พุทธศตวรรษที่ ๕-๙) บำงแห่งได้กลำยเป็น
แหล่งอุตสำหกรรมกำรผลิตลูกปัด เช่น แหล่งโบรำณคดีเขำสำมแก้ว (จังหวัด
ชุมพร) แหล่งโบรำณคดีบ้ำนทุ่งตึก (จังหวัดพังงำ) และแหล่งโบรำณคดี
ควนลูกปัด (จังหวัดกระบี่)
จากบันทึกของจีนท าให้ทราบว่ามีชุมชนระดับเมืองหรือระดับ
รัฐ (จีนมักจะเรียกว่า “รัฐ”) มากกว่า ๑๐ แห่งในบริเวณคาบสมุทร
ภาคใต้ของไทย และคาบสมุทรมลายู แต่ละเมืองหรือรัฐเหล่ำนี้มีเจ้ำเมือง
หรือมีกษัตริย์ของตนเอง หลำยเมืองได้มีกำรติดต่อทำงกำรทูตกับจีน และมี
กำรติดต่อค้ำขำยกับชำวอินเดียจนมีควำมคุ้นเคยกับวัฒนธรรมอินเดียเป็น
อย่ำงดีและยอมรับนับถือศำสนำพรำหมณ์และศำสนำพุทธ เช่น เตียนซุน ฉีตู
นักประวัติศำสตร์ศิลปะและนักโบรำณคดีได้พบว่ำชำวอินเดียที่น ำศำสนำ
พรำหมณ์และศำสนำพุทธมำเผยแผ่ในบริเวณภำคใต้ของไทย และคำบสมุทร
มำเลย์นั้น มำจำกทุกภูมิภำคของประเทศอินเดีย จำกลุ่มแม่น ้ำกฤษณำ -
โคทำวรี หรือสกุลช่ำงอมรำวดีในอินเดียภำคใต้ (พุทธศตวรรษที่ ๖-๙) จำก
อินเดียภำคเหนือและภำคตะวันตกในสมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๙-๑๑) และ
สมัยหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔) ดังได้พบร่องรอยชุมชน ร่องรอย
โบรำณวัตถุ และโบรำณสถำนเนื่องในศำสนำพรำหมณ์และศำสนำพุทธที่
กระจำยอยู่ในคำบสมุทรภำคใต้ของไทยตั้งแต่จังหวัดสุรำษฎร์ธำนีลงมำถึง
[๒๑๑]

