Page 221 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 221
กำรค้นพบประติมำกรรมเทวรูป ๒ องค์ คือพระศิวะมหำเทพ
และพระอคัสตยะนั้นบ่งชี้อย่ำงเด่นชัดว่ำ อิทธิพลพรำหมณ์ไศวนิกำยที่
เจริญรุ่งเรืองอยู่ในอินเดียภำคใต้ ภำยใต้กำรอุปถัมภ์ของกษัตริย์อินเดียสมัย
รำชวงศ์โจฬะ (พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๗) ได้แผ่เข้ำมำยังคำบสมุทรภำคใต้ของ
ไทยไปจนถึงคำบสมุทรมำเลย์และเกำะชวำ (ในสมัยรำชวงศ์มะตะรำม)
กษัตริย์รำชวงศ์โจฬะนั้น นอกจำกจะอุปถัมภ์ศำสนำพรำหมณ์ไศวนิกำยแล้ว
ยังอุปถัมภ์พุทธศำสนำนิกำยหินยำนด้วย
ส ำหรับกำรติดต่อกับอินเดียภำคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น
ได้ปรำกฏในจำรึกบนแผ่นทองแดงที่นำลันทำ เป็นจำรึกของพระเจ้ำเทวปำละ
ซึ่งจำรึกไว้ใน พ.ศ. ๑๔๐๓ กล่ำวถึงพระเจ้ำพำลบุตรกษัตริย์ไศเลนทร์ของ
สุมำตรำว่ำมำสร้ำงวัดไว้ที่นำลันทำส ำหรับพวกจำริกแสวงบุญจำกคำบสมุทร
มลำยูและพระเจ้ำเทวปำละได้ทรงอุทิศรำยได้จำกหมู่บ้ำน ๕ หมู่บ้ำน ส ำหรับ
ดูแลรักษำวัดดังกล่ำว พระเจ้ำเทวปำละเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๓ ของรำชวงศ์ปำละ
ซึ่งมีศูนย์กลำงอ ำนำจอยู่ในแคว้นเบงกอล ทรงอุปถัมภ์พุทธศำสนำนิกำย
มหำยำนตันตระสกุลวัชรยำน
ส่วนหลักฐำนกำรติดต่อกับอินเดียภำคใต้ในช่วงพุทธศตวรรษที่
๑๖ นั้น ปรำกฏในจำรึกที่พบที่เมืองตันชอร์ เป็นจำรึกของกษัตรย์รำงวงศ์โจฬะ
๒ องค์ คือ พระเจ้ำรำเชนทรโจฬะ (พ.ศ. ๑๕๗๓) และพระเจ้ำรำชรำชะ
(รำชเกศรีวรมัน) ใน พ.ศ. ๑๕๘๗ - ๑๕๘๙ ได้บันทึกไว้ว่ำพระเจ้ำจุฑำมณี
วรมันกษัตริย์รำชวงศ์ไศเลนทรได้อุปถัมภ์วัดพุทธศำสนำที่เมืองนำคปตัม
(นครปัฏฏินัม) ซึ่งเป็นศูนย์กลำงพุทธศำสนำนิกำยหินยำนภำยใต้กำรอุปถัมภ์
ของกษัตริย์รำชวงศ์โจฬะ และในจำรึกของพระเจ้ำกุลโลตุงคะโจฬะ ในปี พ.ศ.
๑๖๒๗ ได้ระบุไว้ว่ำพระองค์ได้อุทิศรำยได้จำกหมู่บ้ำนหนึ่งให้เป็นค่ำดูแล
รักษำวัดดังกล่ำว ซึ่งเรียกในจำรึกว่ำ “ไศเลนทรจุฑำมณีวรมันวิหำร”
[๒๑๐]

