Page 218 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 218
จำรึกไว้ในปี ค.ศ. ๗๗๕ (พ.ศ. ๑๓๑๘) มี ๒ หน้ำ หน้ำ ๑ มี ๒๙ บรรทัด มีค ำ
ว่ำ ศรีวิชเยนทรำชำ และศรีวิชเยศวรภูปติ ซึ่งศำสตรำจำรย์ยอร์ช เซเดส์
แปลว่ำ “พระเจ้ำกรุงศรีวิชัย” ส่วนศำสตรำจำรย์แสง มนวิทูร แปลว่ำ
“ศรีวิชเยนทรรำชำ” และกล่ำวถึงกำรสร้ำงปรำสำทอิฐ ๓ หลัง เพื่อบูชำพระ
โพธิสัตว์ปัทมปำณี พระพุทธเจ้ำและพระโพธิสัตว์วัชรปำณี ส่วนหน้ำ ๒ จำรึก
ไว้ไม่จบ มี ๔ บรรทัด เป็นจำรึกภำษำสันสกฤตตัวอักษรหลังปัลลวะเช่นกัน
เป็นเรื่องกษัตริย์วงศ์ไศเลนทร์
๔. หลักฐานด้านศิลปกรรม
หลักฐำนด้ำนศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยในภำคใต้มีทั้งหลักฐำนด้ำน
สถำปัตยกรรมและประติมำกรรม
๔.๑ สถาปัตยกรรม แบ่งออกได้เป็น ๒ ช่วง
๑. ช่วงแรก เป็นสถำปัตยกรรมแบบศรีวิชัย มีอำยุอยู่
ระหว่ำงพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ สร้ำงขึ้นในคติพุทธศำสนำนิกำยมหำยำน
เท่ำที่ยังปรำกฏอยู่ในปัจจุบันอยู่ในเขตอ ำเภอไชยำ จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี คือ
พระบรมธำตุไชยำ เจดีย์วัดแก้ว และฐำนเจดีย์วัดหลง
สถำปัตยกรรมสมัยศรีวิชัยมีรูปแบบเป็นทรงมณฑปหรือทรงปรำสำท
(คล้ำยจันทิในชวำภำคกลำง และคล้ำยคลึงกับปรำสำทจำมที่ฮัวไลและ
ปรำสำทเขมรในสมัยกุเลน รำวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ เนื่องจำกรับอิทธิพลอินเดีย
มำเช่นกัน) ที่ยังคงรูปทรงให้ศึกษำได้คือพระบรมธำตุไชยำ ซึ่งมีผังเป็นรูป
สี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่น ๔ ด้ำน เป็นแปลนรูปกำกบำท มีเจดีย์ประธำนที่เป็น
เรือนธำตุมีส่วนหน้ำมุขยื่นออกมำทั้ง ๔ ด้ำน ส่วนยอดลดหลั่นเป็นชั้น ๓ ชั้น
ประดิษฐำนเจดีย์จ ำลองชั้นละ ๘ องค์ (คล้ำยคลึงกับสถำปัตยกรรมแบบรถะ
ของอินเดียใต้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓) ส่วนวัดแก้วนั้นมีโครงสร้ำง
เดียวกับพระบรมธำตุไชยำ แต่มีวิวัฒนำกำรมำกกว่ำ และมีรูปแบบคล้ำยแบบ
สถำปัตยกรรมของจำมหรือเขมรแบบกุเลนในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๔
[๒๐๗]

