Page 252 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 252
ประดิษฐำนรูปเคำรพอันศักดิ์สิทธิ์ประจ ำเมือง กำรสร้ำงปรำสำทขึ้นในชุมชน
ถือเป็นรำชประเพณีที่ส ำคัญสุดอย่ำงหนึ่งของกษัตริย์เขมรโบรำณ (ดู
รำยละเอียดเกี่ยวกับกำรสร้ำงปรำสำทเขมรในเอกสำรเรื่องประวัติศำสตร์ของ
รำชอำณำจักรกัมพูชำโดยสังเขป)
การวางผังปราสาท ในระยะแรกๆ ปรำสำทเขมรมักจะก่อเป็น
ปรำสำทหลังเดียวตั้งอยู่โดดๆ ในระยะต่อมำนิยมสร้ำงรวมเป็นหมู่ ตั้งแต่ ๓
หลัง ๕ หลัง ตั้งอยู่บนฐำนเดียวกัน นอกจำกนี้ยังมีปรำสำทบริวำรและอำคำร
โดดๆ ที่เรียกว่ำบรรณำลัยหรือห้องสมุดตั้งรวมอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้ำงทั้งหมด
ตั้งอยู่บนพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมที่อำจจะมีระเบียงคด ก ำแพง และคูน ้ำล้อมรอบ
ทำงเข้ำสู่ปรำสำทชั้นในมักจะก่อเป็นซุ้มประตูเรียกว่ำโคปุระ
ปรำสำทเขมรมักจะหันหน้ำไปทำงทิศตะวันออกเสมอ แต่ก็มีบำง
แห่งที่หันหน้ำไปทิศอื่นๆ เช่น ปรำสำทนครวัดหันหน้ำไปทำงทิศตะวันตก
ปรำสำทเขำพระวิหำรหันหน้ำไปทำงทิศเหนือ ปรำสำทหินพิมำยหันหน้ำไป
ทำงทิศใต้
รูปแบบของตัวปราสาท ตัวปรำสำทหรือที่ไทยเรำเรียกว่ำ
องค์ปรำงค์นั้นเป็นสิ่งก่อสร้ำงที่แสดงให้เห็นถึงกำรผสมผสำนรูปแบบทำง
สถำปัตยกรรมระหว่ำงศำสนสถำนที่เมืองมำวลีปุรัมในอินเดียใต้กับ
สถำปัตยกรรมพื้นเมืองเขมรดั้งเดิมที่สร้ำงด้วยไม้เข้ำด้วยกัน วัสดุส ำคัญที่ใช้
ในกำรก่อสร้ำงคือ อิฐศิลำทรำยและศิลำแลง นอกจำกนี้ยังมีกำรใช้ไม้เสริมใน
บำงส่วนด้วย เช่น ใช้เป็นส่วนคำนเหนือทับหลังด้ำนในและเพดำน
โครงสร้ำงที่ส ำคัญของตัวปรำสำทนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนใหญ่ๆ
คือ
๑. ส่วนฐาน ซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้ำ
๒. ตัวปราสาท หรือเรียกกันว่ำเรือนธำตุ ซึ่งก่อเป็นห้องสี่เหลี่ยม
แคบๆ (ห้องครรภคฤหะ) มีผนังหนำล้อมรอบ มีประตูทำงเข้ำด้ำนเดียวคือทำง
ด้ำนหน้ำ อีกสำมด้ำนเป็นประตูปลอม หรือมีทำงเข้ำได้ทั้งสี่ด้ำน
[๒๔๑]

