Page 289 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 289
พระเจ้าภววรมันที่ ๒ (ราว พ.ศ. ๑๑๗๑ - ?) เรำไม่ทรำบว่ำ
พระรำชำองค์นี้ทรงเกี่ยวดองกับพระรำชำองค์ก่อนอย่ำงไรและครองรำชย์อยู่
นำนเท่ำใด เพรำะหลักฐำนที่เกี่ยวกับพระองค์พบน้อยมำก ผู้ที่ครองรำชย์สืบ
ต่อมำคือพระโอรสของพระองค์เอง ทรงพระนำมว่ำ พระเจ้ำชัยวรมันที่ ๑
พระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ (ราว พ.ศ. ๑๑๙๘ - ๑๒๔๓) พระรำชำองค์นี้
ครองรำชย์ค่อนข้ำงยำวนำน แต่ดูเหมือนว่ำบ้ำนเมืองไม่มีควำมสงบเลย
เพรำะแคว้นต่ำงๆ ที่เคยอยู่ภำยใต้อ ำนำจทำงกำรเมืองในรัชกำลก่อนๆ
พยำยำมที่จะแยกตัวเป็นอิสระ และพระองค์คงจะไม่มีรัชทำยำท หลังจำกที่
พระองค์สิ้นพระชนม์ลงไม่ทรำบว่ำเกิดอะไรขึ้นบ้ำง มีหลักฐำนปรำกฏในจำรึก
ว่ำ รำว พ.ศ. ๑๒๕๖ มีผู้ครองบ้ำนเมืองเป็นพระรำชินี ทรงพระนำมว่ำ
พระนำงชัยเทวี
พระนางชัยเทวี (ราว พ.ศ. ๑๒๕๖ - ? ) พระนำงเสด็จขึ้น
ครองรำชย์ในช่วงเวลำที่บ้ำนเมืองแตกแยก และไม่สำมำรถแก้ไขสถำนกำรณ์
อันเลวร้ำยในบ้ำนเมืองได้ จำรึกของพระนำงชัยเทวีกล่ำวถึง “โชคร้ำยแห่ง
เวลำ” นักโบรำณคดีเชื่อกันว่ำกำรแตกแยกของบ้ำนเมืองคงจะเกิดขึ้นหลังจำก
ที่พระเจ้ำชัยวรมันที่ ๑ สิ้นพระชนม์ลง ในจดหมำยเหตุจีนเล่ำว่ำหลัง พ.ศ.
๑๒๔๙ เจนละเกิดจลำจล บ้ำนเมืองแตกแยกตัวออกเป็น ๒ ฝ่ำย ฝ่ำยหนึ่งจีน
เรียกว่ำเจนละบก มีอ ำนำจครอบครองดินแดนทำงตอนเหนือของกัมพูชำมำถึง
บริเวณที่รำบสูงในประเทศลำวตอนใต้และประเทศไทยแถบเทือกเขำดงเร็ก
อีกฝ่ำยหนึ่งเรียกว่ำเจนละน ้ำ ครอบครองดินแดนที่เป็นรำชอำณำจักรกัมพูชำ
ในปัจจุบันเกือบทั้งหมด และรวมไปถึงบริเวณที่รำบลุ่มปำกแม่น ้ำโขงด้วย
อย่ำงไรก็ตำมเมื่อแยกตัวออกจำกกันแล้ว เรื่องรำวของเจนละบกก็
ยังปรำกฏอยู่ในจดหมำยเหตุจีนว่ำ เจนละบกยังมีกำรติดต่อกับจีนต่อมำจนถึง
รำวกลำงพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ส่วนเรื่องรำวของเจนละน ้ำในจดหมำยเหตุจีน
แทบจะไม่ได้กล่ำวถึงอีกเลย แต่จำกหลักฐำนที่พบในรำชอำณำจักรกัมพูชำ
ท ำให้สันนิษฐำนได้ว่ำในขณะนั้น เจนละน ้ำถูกแบ่งแยกออกเป็นหลำยแคว้น
แต่ละแคว้นแยกตัวออกเป็นอิสระและแก่งแย่งอ ำนำจกันเอง และต่อมำไม่นำน
[๒๗๘]

