Page 294 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 294

นักวิชาการด้านเขมรศึกษาของไทยคือ ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร.
               อุไรศรี วรศะริน กล่าวว่า เหตุที่มีค าอธิบายความหมายของค าว่าลัทธิเทวราชา
               ต่างกันเป็น ๒ ประการ เพราะค าว่า เทวราชา เป็นภาษาสันสกฤตและแปลได้
               เป็นสองความหมายคือ ราชาผู้เป็นเทวะ และเทวะผู้เป็นราชา อาจารย์อุไรศรีมี
               ความเห็นว่าค าอธิบายในประการที่สองน่าจะถูกต้องมากกว่า เพราะค าว่า
               เทวราชาที่ปรากฏในจารึกนั้นมีค าว่า “กมรเตง ชคต ราช” ซึ่งเป็นภาษาเขมร
               แปลว่าเทวะผู้เป็นราชาก ากับอยู่ด้วย
                       นอกจากนี้ข้อความในจารึกบางตอนยังกล่าวว่ามีการน าเทวราชา
               หรือกมรเตง ชคต ราช จากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งด้วย ดังนั้นเทวราชาที่
               กล่าวถึงในจารึกน่าจะเป็นประติมากรรมรูปเคารพของเทวะผู้คุ้มครองราช
               บัลลังก์และราชอาณาจักร ซึ่งถูกสถาปนาขึ้นในรูปศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์
               แห่งพระศิวะและถูกอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่ศาสนสถานประจ าราชธานี
                       นอกจากนี้อาจารย์อุไรศรีได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกว่า การสร้าง
               พระสยามเทวธิราชในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
               รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งประเพณีการสร้างเสาหลักเมืองนั้น
               อาจจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับลัทธิเทวราชาของกัมพูชาด้วย เพราะถ้าสังเกตให้ดี
               จะเห็นได้ว่าตัวเสาหลักเมืองนั้นมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับศิวลึงค์)
                       หลักฐำนที่พบในจำรึกสดกก๊อกธมท ำให้ทรำบว่ำ พระเจ้ำชัยวรมันที่

               ๒ โปรดให้สร้ำงรำชธำนีขึ้นหลำยแห่ง แห่งแรกคือเมืองอินทรปุระ (ซึ่งอาจจะ
               อยู่ในบริเวณบันทายไพรนครที่ตั้งอยู่ทางทิศตะตันออกของเมืองก าพงจาม
               ปัจจุบัน) แห่งที่สองคือเมือหริหรำลัย (ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองพระนครไปทาง
               ทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว ๑๕ กิโลเมตร) แห่งที่สำมคือเมืองอมเรนทรปุระ (ซึ่ง
               อาจจะตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของเมืองพระนครแถบฝั่งตะวันตกของ
               บารายตะวันตก) แห่งที่สี่คือเมืองมเหนทรบรรพต (เชื่อกันว่าตั้งอยู่บนเขาพนม
               กุเลนในปัจจุบัน) และในบรรดำรำชธำนีที่พระองค์สร้ำงขึ้น เมืองหริหรำลัย
               เป็นรำชธำนีแห่งสุดท้ำยที่พระองค์เสด็จกลับมำประทับอยู่และทรงน ำเอำ
               “เทวรำชำ” มำประดิษฐำนไว้ที่นั่นด้วย พระองค์ประทับอยู่ที่เมืองหริหรำลัยจน




                                         [๒๘๓]
   289   290   291   292   293   294   295   296   297   298   299