Page 290 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 290
ก็ถูกรุกรำนจำกศัตรูภำยนอก (เชื่อกันว่าศัตรูภายนอกนี้เป็นพวกที่ยกทัพมา
จากเกาะชวาและสุมาตรา) จนในที่สุดบ้ำนเมืองก็ตกอยู่ภำยใต้อ ำนำจทำง
กำรเมืองของศัตรูภำยนอกที่ยกทัพเข้ำมำรุกรำน
ร่องรอยหลักฐำนทำงด้ำนศิลปะโบรำณวัตถุสถำนยุคเจนละยังคง
ปรำกฏหลงเหลือให้เห็นอยู่มำกมำยในปัจจุบัน นักประวัติศำสตร์ศิลปะจัดแบ่ง
โบรำณวัตถุสถำนยุคนี้ไว้ในกลุ่มศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครที่มีอำยุรำว
กลำงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - กลำงพุทธศตวรรษที่ ๑๔
ในส่วนที่เป็นสถำปัตยกรรมพบหลำยแห่ง ทั้งหมดเป็นศำสนสถำนที่
เรียกว่ำ ปรำสำท ซึ่งก่อสร้ำงด้วยอิฐ ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือกลุ่มโบรำณสถำนที่
เมืองสมโบร์ไพรกุก โบรำณสถำนกลุ่มนี้ถือเป็นตัวอย่ำงของปรำสำทเขมรที่เก่ำ
ที่สุดที่มีรูปแบบแสดงให้เห็นว่ำเกิดจำกกำรผสมผสำนระหว่ำงศิลปะ
สถำปัตยกรรมของอินเดียใต้กับสถำปัตยกรรมพื้นเมืองของเขมรที่สร้ำงด้วยไม้
ภำพที่ ๗ ปรำสำท (เทวำลัย) ที่เมืองสมโบร์ไพรกุก
[๒๗๙]

