Page 339 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 339

ต่อเนื่องลงมำจนถึงตอนเหนือของประเทศเวียดนำม ที่เสนอโดยศำสตรำจำรย์
               วิลเลียม เก็ดนีย์
                        หำกพิจำรณำกันตำมควำมหมำยของค ำว่ำ ชาติหรือประชาชาติ
               และชนชาติ ที่ได้เสนอไว้ข้ำงต้น กำรศึกษำถึงเรื่องรำวเกี่ยวกับกำรตั้งถิ่นฐำน
               ของ ชนชาติไทย ก็น่ำจะหมำยถึงกำรพยำยำมที่จะหำค ำตอบว่ำ คนไทยได้

               เข้ำมำตั้งถิ่นฐำนสร้ำงบ้ำนแปงเมือง และพัฒนำขึ้นเป็นชนชำติหรือประชำชำติ
               ในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันอย่ำงไรและตั้งแต่เมื่อใด กำรศึกษำถึง
               เรื่องรำวดังกล่ำวนี้จึงมีประเด็นข้อเท็จจริงบำงประกำรที่พึงจะต้องค ำนึงถึงเพื่อ
               มิให้เกิดควำมสับสนหลงทิศทำง กล่ำวคือ
                        ๑.  กำรศึกษำถึงเรื่องเกี่ยวกับกำรตั้งถิ่นฐำนของชำวไทยบน
               ดินแดนแห่งนี้ เป็นกำรศึกษำเชิงประวัติศำสตร์จึงมีมิติของเวลำเข้ำมำ
               เกี่ยวข้องโดยตรง หลักฐำนทำงประวัติศำสตร์ เช่น ศิลำจำรึกหลักที่ ๑ หรือ
               ศิลำจำรึกพ่อขุนรำมค ำแหงมหำรำชเป็นประจักษ์พยำนที่ยืนยันว่ำ ได้มีกลุ่มชน
               ที่พูดภำษำตระกูลไทจ ำนวนหนึ่งประสบควำมส ำเร็จในกำรสร้ำงบ้ำนแปงเมือง
               และพัฒนำขึ้นเป็นรัฐที่มีอธิปไตยเหนือดินแดนในครอบครองของตนหลำยรัฐ
               ด้วยกันบนดินแดนแห่งนี้ เมื่อกว่ำ ๗๐๐ ปีมำแล้ว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีรัฐชำติ
               หรือประชำชำติที่เรียกว่ำประเทศไทยแต่อย่ำงใด เพรำะเชื่อว่ำประเทศไทย
               (Thailand) เพิ่งจะปรำกฏขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๒ นี้เอง ก่อนหน้ำนั้นมีเอกสำรทำง
               ประวัติศำสตร์เป็นจ ำนวนมำกทั้งที่เขียนขึ้นโดยชำวไทยและชำวต่ำงประเทศที่
               ระบุอย่ำงชัดเจนว่ำรัฐชำติของคนไทยบนดินแดนแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันภำยใต้ชื่อ
               ว่ำ “สยำม” หรือ “ประเทศสยำม” (ตัวอย่ำงดู จดหมายเหตุลาลูแบร์)
                        อย่ำงไรก็ดี มีหลักฐำนที่บ่งชี้ว่ำ คงจะมีกำรใช้ค ำว่ำ “คนไทย” ใน
               กำรเรียกขำนถึงผู้คนที่เป็นพลเมืองของดินแดนหรือรัฐที่เรียกว่ำ “สยำม” นี้มำ
               อย่ำงน้อยก็นับตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ตัวอย่ำงดู พระราชหัตถเลขา
               ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) และแม้แต่ในเนื้อร้องของเพลง
               ชำติส ำนวนแรกที่แต่งโดยขุนวิจิตรมำตรำ (สง่ำ กำญจนำคพันธุ์) ซึ่งใช้กันอยู่
               ระหว่ำงปี พ.ศ. ๒๔๗๔ - ๒๔๘๒ นั้น ก็ขึ้นต้นว่ำ




                                         [๓๒๘]
   334   335   336   337   338   339   340   341   342   343   344