Page 212 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 212
โบราณคดีอินเดีย | 204
โจ ะเข้ายึดครองตอนเหนือของลังกาอยู่จนถึง ค.ศ. 1070 (พ.ศ. 1613) ต้องพ่ายแพ้ต่อ
กษัตริย์สิงหลนาม วิชัยพาหุที่ 1 (Vijayabahu I ค.ศ. 1070-1114/ พ.ศ.1613-1657) จากนี้อํานาจของ
โจ ะก็เสื่อมลง กษัตริย์ปาณฑยะแห่งมทุไรพยายามที่จะกู้เอกราช ขณะที่ได้รับความกดดันจากจาลุกยะ
ช่วงนี้ลังกามีอํานาจมากขึ้นโดยพระเจ้าวิชัยพาหุ และเพิ่มขึ้นถึงที่สุดในสมัยของพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 1
(Parakramabahu I ค.ศ. 1153-1186/ พ.ศ. 1696-1729) ซึ่งย้ายเมืองหลวงจากอนุราธปุระ ไปที่โปลน-
นารุวะ กองทัพของพระเจ้าปรากรมพาหุเข้าโจมตีทมิ โดยการช่วยเหลือของกองโจรปาณฑยะที่ต่อต้าน
โจ ะ และเข้าครอบครองมทุไรอยู่ชั่วระยะหนึ่ง
แม้จะเสื่อมอํานาจลง แต่โจ ะก็ยังคงอยู่ที่ศูนย์กลางของอาณาจักร คือบริเวณรอบ ๆ เมือง
กาญจีและตานชูวูร์ รัฐบาลยังคงมีความสามารถในการบริหารและรักษาวัฒนธรรมทมิ ไว้ได้ จากจารึก
จํานวนมากที่กล่าวถึงการอุทิศ แสดงให้เห็นว่าในช่วงเวลานั้น อาณาจักรมีเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง
คริสต์ศตวรรษที่ 13 (พุทธศตวรรษที่ 18) อาณาจักรโจ ะล่มสลาย ดินแดนถูกแบ่งแยก
โดยราชวงศ์โหยสาละแห่งไมซอร์ และราชวงศ์ปาณฑยะแห่งมทุระ ในช่วงนี้มุสลิมซึ่งเป็นใหญ่ในอินเดีย
ภาคเหนือเริ่มเข้ามามีบทบาทในอินเดียใต้ และเข้ารุกรานอาณาจักรเดคข่าน
อาณาจักร าณ ยะ (คริ ต ตวรร ที 13-14/ ท ตวรร ที 18-19)
มีเมืองหลวงอยู่ที่มทุไร (Madurai, Madura) และศรีรังคาม (Srirangam) ประกาศตนไม่
ขึ้นต่ออาณาจักรโจ ะ ราชวงศ์ปาณฑยะนิยมสร้างเมืองวัด (นครวัด) มีรั้วล้อมรอบศาสนสถาน 5-7 ชั้น
ประตูทางเข้าเรียกโคปุระ
พุทธศตวรรษที่ 18 พวกมุสลิมจากอินเดียเหนือเข้ารุกรานแคว้นเดคข่านและอินเดียใต้ เมื่อ
อาณาจักรโจ ะสิ้นอํานาจในราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 อาณาจักรถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนหนึ่งอยู่ใต้
ราชวง โหย ะ (Hoysalas) อีกส่วนหนึ่งก่อตั้งอาณาจักรใหม่ขึ้นที่เมือง วิชัยนคร (Vijayanagara) บน
ั งแม่น้ําตังคภัทร และครอบครองลุ่มแม่น้ํากฤษณาทั้งหมด เป็นอาณาจักรของฮินดูที่ต่อต้านมุสลิม แต่
ต่อมาในป ค.ศ. 1565 (พ.ศ. 2108) กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรวิชัยนครก็พ่ายแพ้ต่อสุลต่านแห่ง
เดคข่าน
ในป ค.ศ. 1336 (พ.ศ. 1879) ไม่กี่ป หลังการรุกรานของมาลิก กาฟูร์ (Malik Kafur)
อาณาจักรฮินดูที่เป็นอิสระได้ถูกสถาปนาขึ้นที่วิชัยนครและรักษาเอกราช (ความเป็นอิสระ) อยู่จนถึง
กลางคริสตศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) มีชาวต่างชาติเข้ามาในอาณาจักรเช่นอิตาเลียนและโปร-
ตุกีส
สิ่งที่มีความสําคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของคาบสมุทรคือ วัฒนธรรมและศาสนา ศาสนา
เชนครั้งหนึ่งเคยเป็นที่นับถืออย่างมากในไมซอร์และดินแดนอื่น ๆ ในภาคใต้และอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์
ของราชสํานักและเป็นศาสนาหลักของรัฐด้วย

