Page 282 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 282
โบราณคดีอินเดีย | 274
จากร่องรอยที่เหลืออยู่ แสดงให้เห็นว่าการก่อสร้างของพระราชวังที่เมืองปา ลีบุตรได้
แรงบันดาลใจจากราชวงศ์อาคีมินิด และกลุ่มของอาคารภายในกําแพงเมืองสัมพันธ์กันไม่ทางใดก็ทาง
หนึ่งกับกลุ่มพระราชวังที่เมืองเปอเซโปลิส (Persepolis) ของพระเจ้าดาริอุส (Darius) ห้องโถงที่
ประกอบด้วยเสา สัมพันธ์กับห้องโถงเสา 100 ต้นที่สร้างโดย พระเจ้าเซอเซส (Xerxes) รอยหรือ
สัญลักษณ์ที่ช่างทําไว้ซึ่งปราก บนเสายืนยันได้ว่าคงมีการใช้ช่างชาวเปอร์เซีย นอกจากนี้แนวคิดใน
การใช้ประติมากรรมขนาดใหญ่หรือตัวแบกเป็นตัวรองรับ ก็มีความสัมพันธ์กับประติมากรรมนูนต่ําใน
16
หลุม ังศพของดาริอุสที่ Nakshi-I Rustam ที่เมืองเปอเซโปลิส
หลักฐานของเมกัสทีเนสที่กล่าวถึงเมืองปา ลีบุตรดูจะให้ข้อมูลที่สั้นเกินไป และเมื่อ
พิสูจน์จากหลักฐานโบราณคดีในบางตําแหน่งก็ดูเหมือนว่าทูตกรีกผู้นี้ให้ข้อมูลที่เกินจริง อย่างไรก็ตาม
เราอาจใช้หลักฐานทางโบราณคดีอื่นเทียบเคียงกับลักษณะสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์โมริยะได้
ตัวอย่างเช่น ภาพสลักบนพุทธสถานซึ่งคงสร้างขึ้นหลังช่วงเวลาดังกล่าวเพียงเล็กน้อย ตัวอย่างเช่นบน
ประตูรั้วที่สถูปสาญจี เราอาจเห็นภาพของสถาปัตยกรรมในสมัยโบราณที่มีชื่อเสียง เช่น กรุงกบิลพัสดุ์
(ภาพตอนประสูติ) เมืองกุสินารา (ภาพตอนเล่าเรื่องการแบ่งพระสารีริกธาตุ) (ภาพที่ 7.12) เมืองอุรุ-
17
เวลา (ปา ิหาริย์ของนาค) หรือกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงเก่าของมคธ
เมืองเหล่านี้มีกําแพงเมืองที่แข็งแรงมั่นคง ล้อมรอบด้วยป อมปราการ ด้านนอกเป็นคู
เมือง ประตูเมืองมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่นทางเข้าหลักของเมืองกุสินาราที่สลักอยู่บน
โตรณะด้านทิศใต้ของสถูปสาญจี
า ที 7.12 า ระต ทางเข้าห ักของเ องก ินาราบนโตรณะ ด้านใต้ของ า จี
ที า: (Brown, 1965, pl.1)
16
Brown : p.10.
17 Brown : p.5.

