Page 400 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 400
โบราณคดีอินนเดีย | 392
3. ส่วนขของวัดที่อุทิศแแด่เทพีตารา
ลักษณะของงสถาปัตยกรรรมที่ปหรรปุระะ กําหนดอายุยุได้ราวคริสต์ศศตวรรษที่
7 (พุทธศตวรรรษที่ 12) ยังให้อิทธิพลแก่พุทธสถาานหลายแห่งใในเอเชียตะวัันออกเฉียงใตต้ เช่น ใน
78
ประเทศเมียนนมา อินโดนีเซีย และกัมพูชา ซึ่งประเทศเหล่านี้นี้มีมีความสัมพันนธ์กับอินเดียตตะวันออก
เป็นอย่างมากก นอกจากนี้ยัยังพบว่าให้อิทธิพลกับพุทธสสถานในวัฒนธธรรมทวารวดีดีในประเทศไททยด้วย
า ที 8.1151 า ัก ิ ิ าร เท ีย นนา ะ ร รา ที หรร ระะ
ที า: (Krishnnaswami, 19772, pl.LXXIV-aa-b)
องค ระกอบบของ า น านก าง จ้งง
รูปแบบหลักกของเทวาลัยฮิฮินดูไม่ต่างจาากรูปแบบของศาสนสถานกรีกโบราณ ใจกลาง
ของอาคารส่ววนใหญ่มีผังรูปปสี่เหลี่ยมจัตุรรัส เรียกโดยรรวมว่า วิ าน (Vimana) เป็นห้องขนาดเล็กและ
มืด (มีเพดานนต่ําไม่มีหน้าต่างและประตูมมีเพียงทางเข้าาด้านหน้า) เรีรียกว่า ครร ค หะ (garbbhagrha)
ภายในประดิษฐานรูปเคารพ หรือสัญลัลักษณ์แห่งเทพเจ้า เทวาลััยบางแห่งอาจจมีทางเดินปรระทักษิณ
รอบครรภคฤหะ
ด้านหน้าทางเข้าซึ่งมักอยู่ททางทิศตะวันอออกติดกับครรภภคฤหะเป็นห้อองโถงเรียกว่า ข ณ
หร อ กนา ี ((sukanasi) หหร ออรร ณ (ardha-mmandapa) ส่ววนนี้นอกจากเป็ป็นทางเดินแล้ววยังใช้เป็น
ที่เก็บของที่ใช้ช้ในพิธีกรรม ศาสนสถานในนยุคแรกส่วนนี้นี้จะแยกออกจาากส่วนของครรรภคฤหะ เช่น วิหารชอร์
ที่มามัลลปุรัม และที่เทวาลัยยไกรลาสนาถทีที่คอนจีเวรัม ซึซึ่งสร้างขึ้นราว ค.ศ. 700 (พ.ศ. 1243) ต่อมมาจึงมีการ
รวมอาคารทั้งสสองเข้าด้วยกันนโดยทางเดินแคบ ๆ ที่เชื่อมตต่อครรภคฤหะะและมุขมณฑปปกับโถงมณฑปป (บางครั้ง
เรียกว่า น ตตต ณ ) เรียกกว่า อันตะรา ะ (antarala == พื้นที่ส่วนกลลาง) นฤตตมณณฑปเป็นโถงขนนาดใหญ่ใช้
79
ใ ในการแสดงเกีกี่ยวกับพิธีกรรมมทางศาสนา เชช่นขับร้อง ฟ อนรํา สาธยายคัคัมภีร์ในศาสนาา หรือกิจกรรมมอื่น ๆ
78 th
Chakrabarti, Dilip K., The AArchaeological FFoundations of Ancient India: S Stone Age to ADD 13 Century (New
Delhi: Thomsonn Press (I) Ltd .ffirst published, 2006), p.466.
79 Harshanandda, Swami, All AAbout Hindu Teemples (Madras: Sri Ramakrishnna Math Printingg Press, no datee), p.21.

