Page 404 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 404

โบราณคดีอินเดีย | 396








                                  จากการที่ได้พบหลักฐานโบราณคดีคือเหรียญตะกั่วของราชวงศ์สาตวาหนะที่มีอายุ
                       ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 2  (พุทธศตวรรษที่ 8)  ตรงกลางเหรียญมีภาพคล้ายคน สวมเครื่องประดับ

                       ศีรษะคล้ายตรีศูลเหมือนที่พบบนเศียรของปาศุปติที่พบที่โมเหนโจ-ดาโร ด้านขวาของภาพคนมีรูปวัว
                       อยู่ในกรอบ (คอก) ด้านซ้ายเป็นเสาสูง (Srinivasan)  สันนิษฐานว่าภาพดังกล่าวน่าจะมีส่วนสัมพันธ์

                       กับสัญลักษณ์ที่กล่าวมา (คือพาหนะของเทพ, ธวัช-สตัมภะ และพลี-ป ฐะ) เนื่องจากในสมัยของเหรียญ

                       นั้นยังไม่ปราก การจัดองค์ประกอบของสัญลักษณ์ดังกล่าวในศาสนสถาน จึงน่าจะแสดงให้เห็นถึง
                       จุดเริ่มต้นของการจัดองค์ประกอบดังกล่าวในสมัยต่อมา ที่น่าสนใจคือวัวอยู่ในคอกและหันหน้าไปคน

                       ละทางกับเทพ แต่ในสมัยหลังโคนนทิหันหน้าสู่เทพเจ้าและหมอบอยู่บนฐาน 83  (ภาพที่ 8.156)
                                  เทวาลัยกลางแจ้งจะล้อมรอบด้วยกําแพงสูง (ปราการ) มีประตูตามทิศหลัก 4  ประตู

                       เป็นประตูทางเข้าหลัก 1 ประตู ละประตูรองอีก 3 ประตู ประตูเหล่านี้ประดับด้วยโคปุระ (มีลักษณะ

                       เป็นหอสูง)  ภายในกําแพงอาจมีเทวาลัยบริวารของเทพบริวาร เช่นวัดของพระศิวะอาจมีเทวาลัย
                       บริวารของพระคเณศ ปารวตี สุพรหมัณยะ และจันเทศวร ส่วนในวัดของพระวิษณุ อาจมีเทวาลัย

                       บริวารของพระลักษมี หนุมานและครุฑ เป็นต้น

                                  ตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบที่สมบูรณ์ตามที่กล่าวมาคือศาสนสถานกันทริยะ
                       มหเดา (มหาเทวะ) (Kandariya Mahadeo) ที่ขชุราโห (Khajuraho) ในอินเดียกลาง ซึ่งมีอายุอยู่ใน

                       คริสต์ศตวรรษที่ 10 (พุทธศตวรรษที่16)
                                  มีคัมภีร์โบราณจํานวนมากที่กล่าวถึงกฎเกณฑ์ของรูปแบบสถาปัตยกรรมตามดินแดน

                       ต่าง ๆ ของอินเดียที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ วัสตุศาสตร์ ซึ่งมีที่มาจากพระสูตร ปุราณะ และอาคม

                       นอกจากนี้ยังปราก ในวรรณกรรมตันตระและพฤหัตสังหิตา อย่างไรก็ตามคัมภีร์เหล่านั้นกล่าวตรงกัน
                       ว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมอินเดียแบ่งออกได้เป็น 3  รูปแบบคือ นครา (nagara)  ทราวิฑ (dravida)

                       และเวสะระ (vesara)  ซึ่งมีผังที่ต่างกันคือ นคราใช้ผังสี่เหลี่ยม ทราวิฑมีผังแปดเหลี่ยม และเวสะระมี
                       ผังวงกลม (สถาปัตยกรรมแบบเวสะระซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะผสมผสานของรูปแบบ

                       ภาคเหนือ (นครา) กับภาคใต้ (ทราวิท) ส่วนใหญ่พบแถบเดคข่านตะวันตกและกรรณา กะตอนใต้
                                                                                                     84
                       เชื่อว่ารูปแบบนี้พัฒนามาจากพุทธสถานตอนต้นแบบที่มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายมน (apsidal))
                                  อย่างไรก็ตาม รูปแบบหลัก ๆ ของสถาปัตยกรรมอินเดียอาจแบ่งอย่างชัดเจนเป็น 2

                       รูปแบบใหญ่ ๆ และหลายสกุลช่าง คือ

                                        1.  บบอินเดียเหน อ หรือแบบอินโด-อารยัน หรือแบบนครา (นคร – nagara) มี
                       ลักษณะเป็นหอสูง หลังคาโค้งมน และมีโครงร่างเป็นเส้นโค้ง





                        83
                         Srinivasan : p.28.
                        84 Harshananda : pp.5-6.
   399   400   401   402   403   404   405   406   407   408   409